Friday, April 3, 2020

Negative Movement


Negative Movement

( ไม่สามารถแสดงภาพได้ ) 

     ภาพบน ) ข้างบนนี้ คือการม้วนข้อตามปกติ คือเป็นการเคลื่อนที่ขึ้นของบาร์เบลล์ตามปกติ  "ซึ่งไม่ใช่" การเคลื่อนที่แบบ Negative Movement ที่เรากำลังจะพูดถึง

       แล้วการเคลื่อนที่แบบ Negative Movement เป็นแบบไหน? คำตอบก็คือ ดูที่ภาพข้างล่างนี้ครับ

( ไม่สามารถแสดงภาพได้ )

     ภาพบน ) จังหวะ Negative Movement ก็คือจังหวะที่เราผ่อนตัวต้านทาน ( ในที่นี้ก็คือบาร์เบลล์ ) ลงมา  คือผ่อนแขนลงมานั่นเอง

       ข้างบนที่พูดมา ก็คือคำตอบของคำถามที่ว่า Negative Movement คืออะไร?นะครับ  ซึ่งคำตอบก็คือว่า Negative Movement ก็คือจังหวะที่เราผ่อนตัวต้านทาน ( ในที่นี้ก็คือบาร์เบลล์ ) ลงมานั่นเอง / คราวนี้ เรามาดูว่า Negative Movement จะให้ประโยชน์อะไรกับเราได้บ้างนะครับ

( ไม่สามารถแสดงภาพได้ )

      ภาพบน ) คนส่วนใหญ่ เวลาพูดถึงการบริหารด้วยท่า Barbell Curl ก็มักจะเอาใจใส่ในจังหวะ Positive ( คือจังหวะที่ยกบาร์เบลล์ขึ้น แบบที่เห็นในรูปข้างบนนี้ ) / ที่ว่าเอาใจใส่ในที่นี้ก็คือว่า มีการ "เพ่งสมาธิ" ไปที่กล้ามไบเซบตลอดเวลาตั้งแต่จังหวะที่ 1 จนถึงจังหวะที่ 3 เลย / ค่อยๆยกบาร์ขึ้นอย่างช้าๆ จะได้ให้กล้ามไบเซบออกแรงยกบาร์ขึ้น โดยไม่ใช้ โมเมนตัม ในการเหวี่ยงบาร์ขึ้น / หนำซ้ำยังมีการ "ค้างจังหวะ" ในจังหวะที่ 2 เล็กน้อยด้วย / แล้วพอถึงจังหวะที่ 3 คือตอนที่ยกบาร์จนถึงจุดสูงสุด ก็ออกแรงเค้น ( Squeeze ) ไปที่กล้ามไบเซบอย่างเต็มกำลังอีกด้วย

( ไม่สามารถแสดงภาพได้ )

      ภาพบน ) แต่พอถึงจังหวะ Negative ( คือจังหวะที่ผ่อนบาร์เบลล์ลง ) กลับผ่อนบาร์เบลล์ แบบที่เรียกว่า ปล่อย"พรืด" ลงมารวดเดียว ( เหมือนที่เห็นในภาพด้านบน )  โดยไม่ใส่ใจ ไม่แยแสใดๆทั้งสิ้น ,ไม่มีการค่อยๆผ่อนบาร์ลง ,ไม่มีการค้างจังหวะ เลย

       สาเหตุที่ปล่อย "พรืด" ลงมาเลย ก็เนื่องจากมีความคิดว่า จะได้ออมแรงไว้สำหรับการทำ Positive ใน Rep ต่อไป

( ไม่สามารถแสดงภาพได้ )

      ภาพบน ) มันก็เหมือนเวลาที่คนคิดถึงมังคุด  คนส่วนใหญ่จะคิดถึงแต่เนื้อมังคุดขาวๆเท่านั้น ไม่ได้คิดถึงเปลือกมังคุด

       ก็เปรียบกับการยกบาร์เบลล์ในท่า Barbell Curl นั่นแหละ คือคนส่วนใหญ่ก็จะเอาใจใส่แค่จังหวะ Positive เท่านั้น ( คือเอาใจใส่แค่ตอนออกแรงยกบาร์เบลล์ขึ้นเท่านั้น ) โดยคิดกันว่าด้วยจังหวะ Positive นี้เท่านั้น ถึงทำให้กล้ามไบเซบได้รับการบริหาร

       ซึ่งจริงๆแล้ว ส่วนประกอบของมังคุดอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งก็คือ "เปลือก" นั้น ก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ด้วย ( เช่นทำยาแก้ร้อนใน ฯลฯ ) / ไม่ใช่แค่เนื้อมังคุดเท่านั้น ที่มีประโยชน์

       ก็เปรียบกับ ส่วนประกอบของท่า Barbell Curl อีกอันหนึ่ง ซึ่งก็คือ จังหวะที่ผ่อนบาร์เบลล์ลง ( Negative ) ก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ คือนำมาบริหารไบเซบได้ด้วย / ไม่ใช่แค่จังหวะ Positive เท่านั้น ที่บริหารกล้ามไบเซบได้

( ไม่สามารถแสดงภาพได้ ) 

     ภาพบน ) วิธีทำให้จังหวะ Negative เข้ามามีบทบาทในการบริหารไบเซบได้  ก็คือ แทนที่จะผ่อนบาร์เบลล์แบบปล่อย "พรืด" ลงมา ก็ให้เปลี่ยนไปปฏิบัติแบบนี้ คือ

       ค่อยๆผ่อนบาร์ลงช้าๆ - เพราะยิ่งผ่อนช้าเท่าไร  ก็จะยิ่งทำให้กล้ามไบเซบ ต้องออกแรงติดต่อกันเป็นเวลานาน ( หมายถึงว่า กล้ามไบเซบ ต้องออกแรงต้านกับแรงดึงดูดของโลก ( ที่มากับบาร์เบลล์ ) เป็นเวลานานๆ ) / ก็เท่ากับเป็นการบริหารกล้ามไบเซบแบบโหดๆนั่นเอง


       อาจมีการค้างจังหวะ ในจังหวะที่ 2 ( ที่เห็นในภาพข้างบนนี้ ) ด้วยก็ได้ - เพื่อเพิ่มความเข้มข้น เพิ่มความโหด ไปที่กล้ามไบเซบ


       การนำจังหวะ Negative ให้เข้ามามีบทบาทในการบริหารไบเซบ ก็เหมือนการนำเปลือกมังคุดไปทำประโยชน์ ( เช่นทำยาแก้ร้อนใน ) ดีกว่าจะปล่อยทิ้งไปเฉยๆนั่นเองครับ


ถ้าต้นฉบับพูดว่า ให้ใช้เทคนิค Negative Movement "อย่างเดียว" / มันคือการกระทำแบบไหน?

       คำตอบก็คือว่า ถ้าต้นฉบับบอกว่า แชมป์เน้นเทคนิค Negative Movement  นั่นก็หมายความว่า เราไม่ต้องเอาใจใส่ในจังหวะ Positive เลย / เอาใจใส่แค่จังหวะ Negative ก็พอ  / อธิบายได้ดังข้างล่างนี้ ดูข้างล่างนี้ 

( ไม่สามารถแสดงภาพได้ )  

     ภาพบน ) คำว่าไม่ใส่ใจในจังหวะ Positive ในที่นี้ก็หมายความว่า คุณอาจจะยกบาร์จากจังหวะที่ 1 ไปจังหวะที่ 3 เลย โดยที่ไม่ต้องค้างที่จังหวะที่ 2 ก็ได้ ,หรือยกบาร์จากจังหวะที่ 1 ไปจังหวะที่ 3 ด้วยความเร็วแบบเหวี่ยงบาร์ ( คือใช้โมเมนตัม ) ก็ได้ / พูดง่ายๆว่า ทำยังไงก็ได้ ให้บาร์ไปอยู่ในจุดสูงสุดให้ได้ก่อน ( คือรีบทำจังหวะ Positive ให้เสร็จๆไป ) / จากนั้น ... ( ดูต่อข้างล่างนี้ครับ )

( ไม่สามารถแสดงภาพได้ ) 

     ภาพบน ) พอถึงเวลาที่เราจะทำในจังหวะ Negative ก็ให้เราทำแบบประณีต ทะนุถนอม ( ตรงข้ามกับการทำแบบลวกๆ ในจังหวะ Positive )  นั่นคือ

       "เพ่งสมาธิ" ไปที่กล้ามไบเซบตลอดเวลา ( เพ่งสมาธิไปที่ไบเซบ ตั้งแต่จังหวะที่ 1 จนถึงจังหวะที่ 3 ในภาพข้างบนนี้เลย )


       ค่อยๆผ่อนบาร์ลงช้าๆ


       อาจมีการ "ค้างจังหวะ"  ในจังหวะที่ 2  สัก 2 วินาที ก็ได้


       พอบาร์เบลล์ถึงระดับต่ำสุด ก็ให้ เหยียด ( Stretch ) กล้ามไบเซบออกไปให้มากที่สุดด้วย


       ด้วยการทำจังหวะ Negative แบบประณีต ทะนุถนอม นี้นี่เอง ก็คือใช้เทคนิค Negative Movement "อย่างเดียว" นั่นเองครับ ( คือไม่ต้องสนใจจังหวะ Positive Movement เลยว่าจะเป็นยังไง )


ในทางกลับกัน ถ้าแชมป์พูดว่า ให้ใส่ใจทั้ง Positive Movement และ Negative Movement ด้วย  มันคือการกระทำแบบไหน?

       ถ้าแชมป์พูดว่า ให้ใส่ใจทั้ง Positive Movement และ Negative Movement ด้วย ก็หมายความว่า ...

( ไม่สามารถแสดงภาพได้ ) 

     ภาพบน ) ในจังหวะ Positive ( คือจังหวะที่ยกบาร์เบลล์ขึ้น แบบที่เห็นในรูปข้างบนนี้ ) ก็ให้ ...

       "เพ่งสมาธิ" ไปที่กล้ามไบเซบตลอดเวลา ( เพ่งสมาธิไปที่ไบเซบ ตั้งแต่จังหวะที่ 1 จนถึงจังหวะที่ 3 ในภาพข้างบนนี้เลย )

       ยกบาร์เบลล์ขึ้นมา ในจังหวะที่ 1 ,2 และ 3 ตามลำดับ โดยทำแบบช้าๆ


       อาจมีการ "ค้างจังหวะ"  ในจังหวะที่ 2  สัก 2 วินาที ก็ได้


       พอถึงจังหวะที่ 3 คือตอนที่ยกบาร์จนถึงจุดสูงสุด ก็ออกแรงเค้น ( Squeeze ) ไปที่กล้ามไบเซบอย่างเต็มกำลัง  จากนั้น ...

( ไม่สามารถแสดงภาพได้ ) 

     ภาพบน ) ในจังหวะ Negative ( คือจังหวะที่ผ่อนบาร์เบลล์ลง ) ก็ให้เราทำดังนี้ ...

       "เพ่งสมาธิ" ไปที่กล้ามไบเซบตลอดเวลา ( เพ่งสมาธิไปที่ไบเซบ ตั้งแต่จังหวะที่ 1 จนถึงจังหวะที่ 3 ในภาพข้างบนนี้เลย )


       ค่อยๆผ่อนบาร์ลงช้าๆ


       อาจมีการ "ค้างจังหวะ"  ในจังหวะที่ 2  สัก 2 วินาที ก็ได้


       พอบาร์เบลล์ถึงระดับต่ำสุด ก็ให้ เหยียด ( Stretch ) กล้ามไบเซบออกไปให้มากที่สุดด้วย


       การหาประโยชน์จาก Negative Movement แบบที่พูดมาทั้งหมดในหน้าเวบนี้นั้น มันเป็น "เทคนิค" อย่างหนึ่งของแชมป์  นั่นหมายความว่า คนไหนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จาก Negative Movement ก็ไม่ได้แปลว่าบริหารผิดนะครับ

- END -









No comments:

Post a Comment