Thursday, September 10, 2020

เกร็ด-อาทิตย์-1-2-E

 
คำแนะนำ หลังฝึกเสร็จ ของวันพุธที่ 2 :

       อาทิตย์นี้ เราจะบริหารกัน 3 วันนะครับ เจอกันอีกทีก็วันศุกร์ครับ แต่อาทิตย์หน้าเราจะให้เหลือแค่ 2 วัน เพราะเราจะเริ่มเพิ่มแผ่นน้ำหนักกันแล้วครับ ร่างกายจึงต้องการวันพักมากหน่อยครับผม


  - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -     


      อาจารย์ปรีชา โค้ชนักเพาะกายทีมชาติ เป็นผู้แนะนำว่า ไม่ควรทาน้ำมันเล่นกล้าม เพราะจะทำให้เกิดความหมักหมมที่ผิว จนอาจเกิดเป็นสิวได้ และทำให้เครื่องมือเปื้อนน้ำมัน ลื่นหลุดมือได้ครับ แต่มีประโยชน์ตอนขึ้นประกวดบนเวที ให้เอาไปผสมกับน้ำมันมะกอก ทาตัว ทำให้กล้ามเนื้อตื่นตัว ( เพราะมันจะร้อนผ่าว ) และน้ำมันมะกอกจะสะท้อนกับแสง ทำให้เห็นกล้ามเนื้อได้ชัดเวลาเบ่งกล้ามครับ

       ข้อแนะนำเพิ่มเติมอีกอย่างหนึ่งคือ ห้ามใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ อย่างเด็ดขาด เหตุก็เพราะว่า ในชีวิตของนักเพาะกายนั้น จะต้องออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว และความปวดเมื่อยก็เป็นสิ่งที่ควบคู่กับการออกกำลังกาย นั่นหมายความว่า หากเราพึ่งยาคลายกล้ามเนื้อตั้งแต่แรก ต่อไป ก็ต้องใช้ยาคลายกล้ามเนื้อไปทั้งชีวิต

       สาเหตุที่คนส่วนใหญ่มีความคิดผิดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็เพราะคนรอบข้าง เป็น หมอ เป็นเภสัช หรือเป็นคนที่ชอบจัดยาให้ญาติๆ นั่นก็คือว่า สมมติว่าคุณเป็นคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายาอะไรมาก่อนเลย แล้วก็มีโอกาสไปปีนเขาเล่นกับเพื่อนๆ  ( ซึ่งการปีนเขา อาจจะทำแค่ครั้งเดียวในชีวิต )   คราวนี้ พอปีนเขาเสร็จ กลับมาบ้านแล้วพักผ่อนได้ 1 วัน ร่างกายก็เกิดอาการระบม อักเสบ   โอเค ในกรณีอย่างนี้ ให้ญาติๆคุณจัดหายาคลายกล้ามเนื้อ มาใช้ได้

       แต่การเพาะกาย แล้วพอพัก 1 วัน แล้วร่างกายปวดเมื่อยนั้น มันต่างออกไป  เพราะว่าคุณต้องเพาะกายเกือบทุกวัน ซึ่งต่างกับการปีนเขา ( ซึ่งการปีนเขาอาจจทำแค่ครั้งเดียวในชีวิต )  ดังนั้น หากคุณไป "สอน" ร่างกายให้เคยชินตั้งแต่แรกว่า ถ้าปวดเมื่อย (จากการเล่นกล้ามนั้น) ฉันจะต้องพึ่งยาคลายกล้ามเนื้อ  /  ถ้าเป็นอย่างนี้ คุณก็จะ "ติด" การใช้ยาปวดเมื่อยไปตลอด

       เรื่องพวกนี้ ผมไม่ได้คิดเอง เพราะเท่าที่ศึกษาการปฏิบัติของนักเพาะกายทั้งหลายในรอบหลายสิบปีมานี้ เขาใช้วิธีนวดกล้ามเนื้อเบาๆ (ด้วยตัวเอง) ในระหว่างพักเซทบ้าง ,นวดที่สปา เดือนละครั้งบ้าง แต่ผมยืนยันได้เลยว่า ไม่มีใครใช้ หรือพูดถึงยาคลายกล้ามเนื้อ หรือผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียงอย่างพวกน้ำมันนวดกล้าม หรือน้ำมันมวยเลย

  - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

คำถามเกี่ยวกับตารางฝึก

ถาม - ที่ Webmaster กำหนดว่าให้ใช้ "คานเปล่า" ในตารางฝึกนั้น มีจุดประสงค์อะไรหรือครับ

ตอบ - ต้องเข้าใจก่อนว่าโดยหลักแล้ว ตารางฝึกจะเริ่มสำหรับคนที่ไม่เคยจับลูกเหล็กเลย หรือแม้นแต่คนที่เคยเล่นมาก่อน แต่ถ้าหยุดติดต่อกันเกิน 6 เดือนก็ต้องมาเริ่มที่จุดนี้เหมือนกันนะครับ  นี่คือคำตอบในภาพรวม ดังนั้น การใช้คานเปล่า มันไม่ได้เน้นที่น้ำหนักของคานเปล่า แต่มันคือการสร้าง "ทักษะ" ในการยกท่านั้น เช่นการทรงตัว , การควบคุมจังหวะ เพราะการถือบาร์เบลล์บริหาร จะต้องมีทักษะประกอบด้วย ซึ่งคนที่ไม่เคยเล่นมาก่อน จะไม่เคยมีทักษะการยกบาร์เบลล์มาก่อน อาจจะทำหล่นพื้นบ้างอะไรบ้าง ดังนั้น การใช้คานเปล่าในช่วงแรกคือการสร้างทักษะการใช้บาร์เบลล์ก่อนนั่นเองครับ

       ประโยชน์อีกประการหนึ่งของการใช้คานเปล่าคือ น้ำหนักที่ใช้ มันจะเบาที่สุด ( เพราะยังไม่ได้เริ่มใส่แผ่นน้ำหนัก ) ทำให้ร่างกายค่อยๆเริ่มปรับตัวว่า "เอาล่ะนะ ต่อไปนี้ ร่างกายฉันจะต้องรับภาระยกของชิ้นนี้แล้ว ซึ่งต่อไปมันจะต้องหนักขึ้นเรื่อยๆ (ด้วยการเพิ่มแผ่นน้ำหนัก) และต้องยกบ่อยๆอีกด้วย  ดังนั้น ร่างกายฉันจะต้องสร้างภูมิคุ้มกันตัวเองขึ้นมา อันเป็นกลไกธรรมชาติ เพื่อให้ยกของหนักๆเหล่านั้นได้ ซึ่งกลไกธรรมชาตินี้ ก็คือ "ความแข็งแกร่ง" ที่ร่างกายสร้างขึ้นมานั่นเอง"  ดังนั้น ถ้าไม่มีการเริ่มจากคานเปล่าหรือเริ่มจากน้ำหนักเบาสุดเสียตั้งแต่เริ่ม  ร่างกายคุณก็อาจจะบาดเจ็บได้ และจะเป็นการบาดเจ็บแบบเรื้อรังด้วย คือตอนแรกยังไม่ส่งผล ต่อเมื่อเล่นไป เล่นไปสักปีสองปี มันอาจจะออกอาการออกมาได้  ดังนั้น เพื่อความไม่ประมาท จงเริ่มแบบที่ผมแนะนำจะดีที่สุดครับ ทำให้ถูกเสียตั้งแต่ตอนนี้เลย เพื่อที่เราจะได้ไม่บาดเจ็บในอนาคตครับ
   

- END - 

No comments:

Post a Comment