Tuesday, May 12, 2020

Anchovy



Anchovy 

ปลาร้าอิตาลี 

แอนโชวี่เป็นปลาน้ำเค็มขนาดเล็ก มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ วิธีการทำก็คล้ายกับปลาร้าของไทย คือการนำมาหมักเกลือในปริมาณที่มาก และทิ้งไว้ตามระยะเวลาที่กำหนด ส่วนใหญ่ที่ขายทั่วไปปลาจะถูกแล่มาแล้ว และจะถูกทำความสะอาดก่อนที่จะนำไปหมัก ดังนั้นเมื่อหมักได้ที่ก็จะนำมาใช้ปรุงอาหารได้ทันที 

       ส่วนใหญ่แอนโชวี่ที่ส่งออกไปทั่วโลกจะนำมาแช่ในน้ำมันมะกอก โดยจะใช้ทั้งตัวและน้ำมันเพื่อปรุงอาหาร แอนโชวี่จะมีความเค็มมาก ก่อนที่จะนำมาใช้จะใช้ต้องล้างและซับให้แห้ง หรือจะแช่ในน้ำนมเพื่อลดความเค็มตามการปรุงอาหารแบบฝรั่งเศส ส่วนน้ำมันจะเอาไว้ใช้เพื่อให้อาหารมีกลิ่นของปลา

       เมนูที่จะเอามาทำก็มีหลากหลาย เช่นใส่ในสปาเก็ตตี้ พิซซ่า สลัด ใส่ในแซนวิช หรือโรยหน้าบนขนมปังฝรั่งเศสหน้าต่างๆ ผู้ส่งออกแอนโชวี่รายใหญ่ของโลก คือประเทศเปรู  

- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  

       ปลาแอนโชวี่ : เป็นปลาที่มีขนาดเล็กกว่า 6 นิ้ว ตัวเกล็ดจะเป็นสีเงินส่องประกายตามภาพด้านบน ปลาชนิดนี้มีจุดเด่นคือ เป็นปลาที่มีรสชาติและกลิ่นที่จัด เป็นเอกลักษณ์ ใครชอบก็ชอบเลย ใครไม่ชอบก็เรียกว่าเกลียดที่เดียว ( เหมือน vegemite ) แอนโชวี่ ที่เราจะเห็นและได้ทานบ่อยที่สุดคือที่หมักในน้ำมัน และมักจะถูกแล่มาเรียบร้อย ( ส่วนใหญ่รสชาติจะเค็มมาก )

       คนส่วนใหญ่ก็มักจะนิยมเอามาใส่สลัดเพื่อเพิ่มรสชาติความเค็ม แต่ถ้าจะพูดถึงรสชาติให้ถูกจริงๆน่าจะคือรส อุมามินะ ( อุมามิ คือ รส meaty แปลว่า เนื้อๆ มั้ง ) ( รสชาติ 5 รส : เปรี้ยว หวาน เค็ม ขม อุมามิ )

       ที่เห็นนอกเหนือจากนี้ก็จะเป็น แอนโชวี่บนหน้า Pizza และบางทีอิตาเลียนก็เอามาทานสดบ้าง หรือปรุงอาหารจานแปลกๆ 


  - - - - - - - - - - - - - - - - - - -   

ปลากะตัก หรือ ปลาจิ้งจั้( Anchovy ) 

       ปลากะตัก หรือ ปลาจิ้งจั้ง ( Anchovy ) ในประเทศที่ความหลากหลายทางชีวภาพมาก ถือว่าเป็นความโชคดีของผู้คนที่อาศัยอยู่ในแถบบริเวณนั้น เนื่องจาก จะมากไปด้วยพืชและสัตว์นานาชนิด ทำให้ได้ลองลิ้มชิมรสอาหารได้หลากหลายอย่าง แบบไม่ซ้ำซากจำเจ ให้ต้องเกิดความเบื่อหน่าย โดยเฉพาะอาหารที่ได้มากจากท้องทะเล ที่อุดมไปสัตว์น้อยใหญ่ พันธุ์ปลาและอื่นๆอีกมากมาย ให้ได้กินกันอย่างไม่มีวันหมด ปลากะตัก ก็เป็นปลาทะเลอีกชนิดหนึ่ง ที่นิยมนำมาประกอบเป็นอาหารทานกัน โดยเฉพาะชาติในประเทศแถบตะวันตก ปลากะตักเป็นปลากินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร เป็นห่วงโซ่อาหารของปลาหมึก ปลาทู ปลาทราย เป็นต้น ความสมบูรณ์ของปลากะตักจึงเป็นตัวชี้วัดความสมดุลของท้องทะเล


       ปลากะตัก ออกเสียงไม่เหมือนกันในแต่ละภาค บ้างก็เรียก ปลากะตะ ปลากระตัก คือ ปลาทะเลขนาดเล็กชนิดหนึ่ง มีขนาดตัวโตเต็มที่ประมาณ 6 นิ้ว เป็นปลาที่มีลักษณะรูปร่าง คล้ายคลึงกับปลาซาดีน แต่มีขนาดที่เล็กกว่า มีเกร็ดเป็นสีเงินส่องประกาย เป็นปลาที่อยู่ในสายพันธุ์เดียวกับปลาไส้ตัน ปลากะตักนี้สามารถพบได้ตามท้องทะเลทั่วโลก



ปลากะตักหรือปลาจิ้งจั้งใช้ทำเป็นเมนูอะไรได้บ้าง?

       ปลากะตัก เป็นปลาอีกหนึ่งชนิด ที่นำมาใช้ประกอบเป็นอาหาร นิยมนำมาหมักเค็มแล้วแช่ในน้ำมัน มีรสชาติออกเค็มและมีกลิ่นที่จัด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของปลาชนิดนี้ ปลาข้าวสาร คือชื่อเรียกลูกปลากะตักที่ยังไม่โตนั่นเอง ปลาข้างสาร มีประโยชน์มากมายสามารถนำไปใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น นำไปทานคู่กับสลัด ใช้ทำเป็นหน้าพิซซ่า ใช้ผัดกับสปาเก็ตตี้ และอื่นๆแล้วตามความชอบ ปลากะตักชนิดสดโดยมากชาวตะวันตกจะนิยมนำไปทำเป็นซุปทานกัน



ประโยชน์ของปลากะตักหรือปลาจิ้งจั้ง

       ปลากะตัก จะอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์อย่าง เช่น กรดไขมันโอเมก้า 3 โปแทสเซียม ( Potassium ) และแคลเซียม ( Calcium ) ในปริมาณที่สูง การทานปลากะตัก ขนาด 3 ออนซ์ จะให้พลังงาน 10 แคลอรี แบ่งเป็น ไขมัน 4 กรัม โพแทสเซียมมากกว่า 300 มิลลิกรัม และแคลเซียม 125 มิลลิกรัม การทานปลากะตักในปริมาณที่เหมาะสม จะได้รับสรรพคุณที่ดี มีประโยชน์กับร่างกาย นอกจากปลากะตัก หรือ ปลาจิ้งจั้งแล้ว ปลาเล็กปลาน้อยก็มีประโยชน์ และให้แคลเซียมสูงด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ปลากะตักยังสามารถนำไปดองน้ำปลาได้เหมือนกับปลาไส้ตัน



ข้อแนะนำในการทานปลากะตักหรือปลาจิ้งจั้ง 

       1. ปลากะตักแบบกระป๋อง เรียกว่า ปลาแอนโชวี่กระป๋อง ควรเลือกซื้อชนิดที่อยู่ในน้ำมันปลา หรือในน้ำมันมะกอก มากว่าการเลือกชนิดที่อยู่ในน้ำมัน เนื่องจากชนิดที่อยู่ในน้ำมัน จะมีปริมาณของไขมัน คอเลสเตอรอล ( Cholesterol ) และโซเดียม ( Sodium ) ในระดับที่สูง ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพ


       2. การเลือกซื้อปลากะตักแบบสดมาปรุงอาหาร หากใช้ไม่หมด จะสามารถเก็บใส่ตู้เย็น เพื่อรักษาความสดของปลาไว้ได้ประมาณ 2 วัน แต่หากนานกว่านี้ ต้องนำไปแช่แข็งโดยหุ้มให้สนิทด้วยกระดาษห่อสำหรับช่องแช่แข็งโดยเฉพาะ เพื่อให้เนื้อปลายังคงความสดไว้ได้นาน



       ปลากะตัก ถือว่าเป็นปลาทะเลที่มีประโยชน์และสรรพคุณที่ดีต่อร่างกาย ทั้งช่วยป้องกันโรคหัวใจ และช่วยลดระดับความดันโลหิต ผู้บริโภคควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม และรู้จักเลือกประเภทให้ถูกต้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์กับร่างกายอย่างสูงสุด  



ขอขอบคุณข้อมูลจาก :  springnews.co.th/programs/scoop-th/241451  และ  fovefood.wordpress.com/2016/07/06/ซาดีน-vs-แอนโชวี่/และ amprohealth.com/food/anchovy/  


- END -




No comments:

Post a Comment