Wednesday, January 13, 2021

Mamdouh Elssbiay - หน้า 3 -

 - หน้า 3 ( หน้าสุดท้าย ) -


เล่นกล้าม

       รามี่ไม่พูดจาเลยในระหว่างเดินกลับไปที่อ็อกซิเจนยิมเพื่อบริหารหลังและต้นขาด้านหลัง ( Hamstring ) ทุกการบริหารทุกวันนี้ดูดกินพลังงานของเขาทั้งหมด เดนนิส เจมส์อยู่ในเมืองเพื่อตรวจสอบการฝึกของเขาและปรับปรุงแก้ไข เขากังวลกับแขกที่มาเยี่ยมเหล่านี้เพราะร่างกายของเขาล้าเกินขี้จำกัดของมันแล้ว เดนนิสสังเกตรามี่ตอนที่เขาทำการยืดเส้น เขาต้องการประเมินสภาพการควบคุมจิตใจของรามี่ในไม่กี่อาทิตย์สุดท้ายก่อนการแข่งโอลิมเปีย เพราะเขารู้ว่าจิตใจที่เข้มแข็งเป็นสิ่งสำคัญมากต่อความแข็งแกร่งทางร่างกายในระหว่างสัปดาห์สุดท้าย

       การบริหารหลังของรามี่ประกอบด้วยสามท่าบริหาร เลือกมาเพื่อเพิ่มความกว้างและความหนา เขาเริ่มด้วยท่า Reverse - grip lat pulldown โดยใช้การจับแบบหงายมือในขนาดความกว้างปานกลาง และเอนหลังเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากวอร์มร่างกายไม่กี่เซต ความสนุกก็เริ่มขึ้น เขาบริหารสามเซต เซตละ 15 ครั้ง แต่ละเซตจบลงในความเร็วที่แตกต่างกัน ในเซตแรกเขาดึงลงด้วยความเร็วแต่หยุดค้างจังหวะในช่วงที่ดึงลงมาสุด ทำให้ปีกของเขาหดตัวอย่างเต็มที่หนึ่งวินาทีก่อนที่จะยกน้ำหนักขึ้นอีกครั้งอย่างช้า 

       ในเซตที่สองเขาเริ่มเคลื่อนไหวให้เร็วขึ้น แทบจะไม่หยุดในจังหวะที่ดึงลงสุดเลย ในเซตสุดท้ายเขาทำ 15 ครั้ง อย่างช้าๆด้วยความเร็วเดิมแต่บังคับให้กล้ามเนื้อหดและยืดในการบริหาร แต่หลังจากนั้นเขาลดน้ำหนักแผ่นเหล็กลงและบริหารต่อ 10 ครั้ง หลังจากนั้นก็บริหารอีก 10 ครั้งด้วยน้ำหนักที่เบากว่านิดหน่อย แล้วก็บริหารอีก 10 ครั้งด้วยน้ำหนักที่เบาลงอีกสำหรับการบริหารแบบ Dropset รวมทั้งหมด 45 ครั้ง และนั่นเป็นเพียงท่าบริหารแรก 

       ในส่วนการบริหารหลังที่เหลือให้การเคลื่อนไหวแบบดึง รามี่บริหารปีกส่วนล่างของเขาโดยใช้เครื่อง Hammer Strength low row machine เขาใช้รูปแบบจำนวนครั้งและการเคลื่อนไหวในแต่ละเซตเช่นเดียวกับที่เขาบริหารในท่า lat pulldowns ลบดรอปเซตออกไป แต่ไม่มีทางจะต่ำกว่า 10 ครั้ง ต่อมาเครื่อง Hammer Strength D.Y. Row เป็นการบริหารในท่าสุดท้าย ซึ่งเป้าหมายก็คือความหนาของหลังส่วนกลาง เขาบริหารสามเซต บริหารแขนทีละข้าง ดึงอย่างรวดเร็ว หยุดค้างจังหวะ และผลักน้ำหนักออกไปจากร่างกายของเขาอย่างช้าๆ เขามีการจับแบบหงายมือแต่บอกผมว่าเขาเปลี่ยนแปลงการจับทุกๆการบริหาร ซึ่งร่างกายของเขาจะไม่ได้ใช้เพียงแค่ส่วนหนึ่งส่วนใด หลังจากนั้นเขาบริหารสามเซต เซตละ 15 ครั้งด้วยมือทั้งสองข้าง หน้าอกของเขาราบเรียบติดกับเบาะ ไม่มีทางโค้งหรือบิดเบี้ยวไปข้างใดข้างหนึ่ง

       เครื่อง Machine ต่างจำเป็นต่อการบริหารของเขา รามี่ใช้พวกมันให้เป็นประโยชน์กับเขาโดยการดันและการหยุดน้ำหนัก เคลื่อนมันออกจากเขาอย่างช้าๆอย่างควบคุมได้ บางท่าไม่ได้ทำเสร็จง่ายด้วยการ Free Weight ( ใช้ดัมเบลล์หรือบาร์เบลล์ ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับท่าบริหารหลังที่มีแนวโน้มที่จะแกว่งน้ำหนักไปมาหรือว่าใช้การโกง ( Cheat ) เขาไม่โกงเลย แม้แต่สักครั้งหนึ่ง แบบฟอร์มของเขาสมบูรณ์แบบตลอดเวลา แม้ว่าหมดแรงจากการบริหารหลัง เขาก็ยังบริหารต้นขาด้านหลังอีกสองท่า ด้วยท่า Single-leg curls lying down บนเครื่อง machine และท่า Stiff-leg deadlift อย่างละสามเซต เซตละ 15 ครั้ง ทีนี้ก็หมดแรงโดยสิ้นเชิง ในที่สุดเขาก็บอกขอยกธงขาวกลับกันเถอะ 


การรวมตัว

       หลังจากอาบน้ำรอบที่สอง รามี่ทานไก่ ข้าวขาว และผักต้ม ในตอนนี้เป็นเวลาหัวค่ำประมาน 1 ทุ่ม ครอบครัวส่วนใหญ่จะไปเดินเล่นกัน ในห้างและมีเครื่องปรับอากาศดูเหมือนจะเป็นทางออกสำหรับจุดหมายในตอนนี้มากๆ เนื่องจากอุณหภูมิความร้อนช่วงเวลากลางวันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะออกนอกบ้าน ในขณะที่ภรรยาและเหล่าลูกสาวของเขาไปทานไอศกรีม รามี่ตัดสินใจแนะนำพวกเราให้กับพี่น้องของเขาได้รู้จักที่ตลาดปลา ถึงแม้ว่าพวกเขาอยู่ห่างออกไปและใช้เวลาเดินทางเกือบ 45 นาทีก็ตาม เขาไม่ได้เจอหน้าพี่น้องมาเกือบสองปีแล้ว เขาเองต้องการแยกตัวออกมาในโลกแห่งการเพาะกายของเขา ซึ่งต้องอยู่ต่างเขตกับพวกเขามาก พวกเขาประสานงานกับการไปเยี่ยมนี้เป็นอาทิตย์และคุณสามารถบอกได้เลยว่ารามี่ทั้งกระวนกระวายและตื่นเต้นที่จะได้ติดต่อกับพี่น้องของเขาอีกครั้ง พร้อมกับผู้ที่เขาเคยทำงานด้วยกันที่เรือมาหลายปี

       ในตอนที่พวกเรามาถึงโกดังเก็บของอันใหญ่โตที่ริมฝั่ง รามี่รู้ดีว่าเขาจะต้องไปที่ไหน เกือบทันทีที่เข้าไปในอาคาร เพื่อนเก่าที่เป็นชาวประมง และคนที่เขารู้จักมานานหลายปีเริ่มเข้ามาหาเขา สวมกอดเขา และพูดหยอกล้อกับรามี่อย่างคนที่เคยเป็นชาวประมงมาก่อน ไม่ใช่รามี่นักเพาะกายที่มีชื่อเสียง ถึงแม้ว่าเขาจะมีมัดกล้ามขึ้นมามากมายอย่างเห็นได้ชัดนับตั้งแต่ที่พวกเขารู้จักเขามา แต่กระนั้นเขาก็ไม่เคยถูกลืมเลย ไม่มีแม้แต่คำถามเกี่ยวกับการเพาะกายสักคำถามเดียว เขาพบกับหนึ่งในพี่น้องของเขา แล้วพวกเขาก็สวมกอดกันในคราบน้ำตา บ่อยครั้งเขามีความคิดที่จะกลับมาเยี่ยม ตั้งแต่สองปีที่เขาต้องแยกตัวออกมาเพื่อการเพาะกาย พี่ชายคนรองพบพวกเขาและพาเขาไปเจอกับเจ้าของตลาดปลา ตำแหน่งที่มีอำนาจในส่วนของโลกนี้ เจ้าของตลาดจำรามี่ได้และฟังเขาพรรณนาถึงประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเขาอย่างรวดเร็วอย่างตั้งใจ

       ทั้งหมดแรงและหิวแต่ก็มีความสุขมากๆ รามี่ทานมื้อดึก มื้อสุดท้ายของเขาตอนที่พวกเรากลับมาถึงตอน 4 ทุ่ม พวกเราพักผ่อนหลังจากที่เขาทานอาหารเสร็จ แต่ยังไม่ได้อาบน้ำ เขาพูดให้ผมเข้าใจถึงเรื่องนั้น ถึงแม้ว่าการเพาะกายเป็นความฝันของเขา ที่เขาอาศัยอยู่ในประเทศคูเวต นอกเหนือจากญาติของเขาและญาติของภรรยาเขาและเพื่อนๆในประเทศอียิปต์ ซึ่งที่เขาสามารถจะทำให้ชีวิตดีขึ้น ก็เพื่อครอบครัวของเขาในระยะยาว พวกมันเป็นความสำคัญอันดับแรกของเขา และทำให้เขามีสมาธิอยู่กับการคว้าเอาชัยชนะ เขาไม่ได้ฝันถึงนาฬิกาโรเล็กซ์หรือว่ารถเก๋งหรูๆ ในทางตรงกันข้ามเขาเป็นคนที่อยู่กับความเป็นจริง การที่ได้สามารถทานอาหารทะเลที่ดีที่สุดในโลก ได้ฝึกในยิมที่ดีที่สุดในโลก และล้อมรอบไปด้วยครอบครัวอันเป็นที่รัก มันคือฝันที่เป็นจริงสำหรับแมมเดาะห์ “บิ๊ก รามี่” อิสะบิแอห์


ข้อมูลข้างบนนี้ อ้างอิงจาก :  นิตยสารเฟล็กซ์ ฉบับเดือนมกราคม 2557 หน้า 216 - 224 


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

รายการประกวดที่ผ่านมา : 

2012 Kuwait Golden Cup – 1st
2012 Amateur Olympia – 1st

2013 New York Pro Championship – 1st
2013 Mr. Olympia – 8th

2014 New York Pro Championship – 1st
2014 Mr. Olympia – 7th

2015 Arnold Classic Brazil – 1st
2015 Mr. Olympia – 5th
2015 Arnold Classic Europe - 4th 
2015 EVLS Prague Pro – 2nd

2016 Mr. Olympia – 4th
2016 Arnold Classic Europe – 2nd 
2016 IFBB Kuwait Pro – 1st
2016 EVLS Prague Pro – 2nd 

2017 Mr. Olympia - 2nd  
2017 Arnold Classic Europe - 1st 

2018 Mr. Olympia - 6th

2020 Arnold Classic - 3rd 


- END -


1  <  2  <  3 

Mamdouh Elssbiay - หน้า 2 -

 - หน้า 2 -

ชีวิตที่เรียบง่าย

       ชีวิตที่เรียบง่าย, ชาวคูเวตทุกคนต่างต้อนรับอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง รามี่และภรรยาของเขาย้ายภูมิลำเนามาจากประเทศอียิปต์ และพวกเขาต้อนรับพวกเราเข้าสู่บ้านของพวกเขาเหมือนมิตรสหายเก่า ดีมากจนทำให้ผมใจหาย ผมพบว่ารามี่ไม่ได้อาศัยอยู่ในสถานที่ที่มียิมเลย หนึ่งในความเชื่อปรัมปรามากมายที่ถูกปัดเป่าในการเดินทางนี้ ผมตั้งตาคอยที่จะได้เยี่ยมชมบ้านที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศของเขา ห้องที่คับแคบไปด้วยเครื่องให้ความร้อน(hot plate)และเสื้อออกกำลังกายที่ขาดกระจุยกระจาย แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เขาอาศัยอยู่กับภรรยาของเขา คนที่เขาพบที่โรงเรียนในประเทศอียิปต์ และลูกสาวสองคน พวกเขาสามารถเดินไปยังอ็อกซิเจนยิมได้อย่างสบาย ( Oxygen gym เป็นยิมแห่งหนึ่งในประเทศคูเวตที่ดูใหญ่โตและหรูหรามาก ) จากอพาร์ทเมนท์สองห้องนอน

       หลังจากสวดในตอนเช้าและดื่มโปรตีนที่นำมาเขย่ารวมกันแล้ว เขากลับไปนอนพักประมาณหนึ่งชั่วโมง ช่วงเวลานี้ภรรยาของเขาลุกขึ้นมาเพื่อเตรียมอาหารมื้อที่สองให้กับเขา ซึ่งเขาจะร่วมรับประทานกับครอบครัว ซีเรียลและโอ๊ทมีลล์ไม่ใช่อาหารเช้าตามปกติในประเทศคูเวต มีอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมแปลกใจ ทั่วทั้งตะวันออกกลาง จะนำเนื้อสัตว์ไปปรุงกับเครื่องเทศเสริฟพร้อมกับมะกอกเป็นประเพณีดั่งเดิมสำหรับการทานอาหารมื้อแรก ซึ่งแผนการทานอาหารเพาะกายของเขาดูจะไม่ตรงกับสถานที่แห่งนี้สักเท่าไหร่

       รามี่ทานไก่ ผัก และมันเทศซึ่งไม่มีการนำมาปรุงแต่งในขณะที่เขากำลังติดต่อกับเพื่อนๆทางเฟสบุ๊กบนโทรศัพท์มือถือของเขา ซึ่งไม่บ่อยนักที่เขาจะสละเวลามาดูแลการมาเยี่ยมชมของพวกเราอย่างเต็มที่ เขาติดตามข่าวสถานการณ์การเพาะกายอย่างใกล้ชิด แต่ไม่สนใจความเห็นที่พูดคุยอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อนเรื่องร่างกายของเขา ศักยภาพของเขา และการเปิดตัวในงาน Olympia ของเขา

       อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังคงมีพฤติกรรมเหมือนแฟนคลับที่มีไฟแรงมากกว่าการเป็นนักเพาะกายมืออาชีพ คุณลักษณะอันเป็นที่รักเช่นนี้ทำให้เขาเป็นที่ชื่นชอบ เขาได้แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจของนักเพาะกายวัยหนุ่ม คนที่รู้ดีว่าเขาคือจุดหมายปลายทางเพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่และไม่มีเวลาและพลังงานมากังวลพวกที่ชอบว่าร้ายคนอื่น

       ในขณะที่รามี่ย่อยไก่ที่เขาทานเข้าไปในระหว่างรอไปที่ยิมเพื่อทำคาร์ดิโอ เขาดื่มกาแฟดำเข้มข้นและเล่นซ่อนแอบกับลูกสาววัย 3 ขวบของเขา ในเวลาเดียวกัน เขาก็อุ้มลูกสาววัยทารก ซึ่งเกิดมาในช่วงอาทิตย์ของการแข่ง The New York Pro ก่อนที่เขาจะได้รับชัยชนะในการแข่ง IFBB Pro League วีดีโอของรอนนี่ โคลแมน เมื่อลดเสียงลง เล่นทางทีวี เขาแอบเหลือบมองไปเห็น ลูกสาวคนโตของเขาตีลังกาจนหัวหกก้นขวิด ทำให้เขาได้มีโอกาสที่ทำให้สองสาวสงบลงที่โซฟาด้วยการซุกในอ้อมกอดของเขาพร้อมกัน แต่เด็กๆกลับกัดแขนอันใหญ่โตของเขาแทน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย( หมายถึงเด็กๆไม่ซนแล้ว ) ลูกสาวคนโตของเขาเล่นสนุกด้วยโทรศัพท์ของเขาในขณะที่รามี่หยิบหูฟังของเขาเตรียมตัวเพื่อเดินไปยังอ็อกซิเจนยิมเพื่อทำคาร์ดิโอ 


ที่ทำงาน

       พวกเราคุยกันอีกในระหว่างเดินทางมายิมและบางช่วงในขณะใช้เครื่องสเต็ปมิล (Stepmill) เพื่อฆ่าเวลา รามี่โตขึ้นมาในพี่น้องสามคน(ผู้ชายทั้งหมด)อยู่ในครอบครัวที่เคร่งศาสนา เขาเชื่อว่าความศรัทธาของเขานำวินัยและกำลังใจที่แข็งแกร่งมาให้แก่เขา ที่จำเป็นสำหรับการเพาะกาย เดือนรอมฎอน( เดือนถือศีลอดของชาวมุสลิม )อยู่ในระหว่างการเตรียมตัวแข่ง Olympia ของเขาในปีนี้พอดี รามี่ไม่สามารถกินหรือดื่มอะไรได้เลยในระหว่างวัน ทำให้ทีมสนับสนุนของเขากลัวเป็นอย่างมาก ซึ่งได้ให้คำแนะนำกับเขาว่านักกีฬามืออาชีพสามารถที่จะยืดหยุ่นต่อกฎที่เข้มงวดได้นิดหน่อย

       ดังเช่นเรื่องอื่นๆในชีวิตของเขา รามีเป็นคนทำอะไรต้องทุ่มสุดตัวหรือไม่ทำเลย ทันทีที่เขาให้คำปฏิญาณ เขาเป็นคนที่เข้มงวดมากกับเรื่องควบคุมอาหารของเขา เขาจะไม่แม้แต่ใส่อบเชยในมันเทศหรือเอาไก่ไปปรุงเครื่องเทศ เขาทานข้าวขาวซึ่งไม่มีการปรุงแต่ง นั่นแหล่ะคือตัวตนที่เขาเป็น เขาจะไม่มีวันยอมทิ้งโอกาสที่ดีไปเลย เขาไม่ใช่นักเพาะกายคนที่พูดเรื่องไร้สาระนั่งดูรายการอาหารทางช่องเน็ตเวิร์คและฝันถึงมื้ออาหารแบบโกง (cheat meals) ตอนที่ผมถามเขาว่าเขาจะทานอะไรทันทีที่การแข่ง Olympia จบลงเขาจำเป็นต้องใช้เวลาคิดสักหนึ่งนาที ถึงกระนั้นความคิดที่ว่าไม่มีอยู่ในหัวสมองของเขาเลย เขาทำให้โลกของเขาง่ายขึ้นมากที่เห็นว่าอาหารเป็นเพียงเชื้อเพลิงสำหรบร่างกายของเขา เขาไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองถูกชักจูงพอที่จะหลงทางจากการควบคุมอาหารของเขา 

       หลังจากหนึ่งชั่วโมงของการทำคาร์ดิโอและ15 นาทีของการบริหารหน้าท้อง เขาอยู่ต่อเพื่อพูดคุยกับเจ้าของอ็อกซิเจนยิมและโปรโมเตอร์เพาะกายบาเดอร์ บูได(Bader Boodai)อีกนิดหน่อย บูไดหันไปมองเขาและเห็นด้วยว่าเขาจะประสบความสำเร็จในการแข่ง Olympia แต่มันถึงเวลาอาหารมื้อที่สามของเขาแล้ว และรามี่กำลังกระสับกระส่าย ( ในที่นี้ไม่รู้เพราะอะไรถึงกระสับกระส่าย ) ดังนั้นพวกเราจึงมุ่งหน้ากลับทั่งๆที่กลุ่มแฟนคลับเล็กๆได้รวมตัวเหลือบดูความคืบหน้าของเขา ในตอนที่พวกเราเดินออกจากลิฟต์คุณจะได้กลิ่นกระเทียม ยี่หร่า และกลิ่นหวานและกลิ่นเครื่องเทศอื่นๆ ในความจริงแล้ว ตลอดทั้งวันมันดูเหมือนจะได้กลิ่นหอมออกมาจากครัว ซึ่งกลิ่นมันก็แรงพอสำหรับทำให้ชายร่างใหญ่อย่างรามี่ที่ต้องอดทนมาพ่ายแพ้แก่ความหอมของอาหารได้ไม่กี่วัน คนหาปลาเมื่อก่อน เขาจู้จี้จุกจิกเรื่องปลาของเขา ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากที่นี่เพราะใกล้กับอ่าว เขายืนยันว่ากุ้งในอ่าวหวานกว่าที่ไหนๆและทานได้เป็นจำนวนมากในขณะที่ควบคุมอาหารเพราะเขาเชื่อว่ามันเป็นอาหารที่ควบคุมน้ำหนักได้ดี หลังจากอาบน้ำ เขาทานข้าวพร้อมกับกุ้งนึ่งซึ่งไม่มีการปรุงแต่ง และบรอกโคลีในขณะที่พวกเราคุ้ยกุ้งผัดหยาบๆใส่หัวหอมใหญ่ กระเทียม และเครื่องเทศแบบพิเศษพร้อมกับข้าวฝีมือภรรยาของเขา อาหารมื้อแรกของเขาหลังจากการอดทนมาทั้งวันเสริฟพร้อมกับน้ำโซดาที่ควบคุมน้ำหนักกระป๋องเล็กๆ


สร้างแรงบันดาลใจ

       รามี่มักจะใช้เวลางีบหลับนานในช่วงบ่ายหลังจากทานอาหารมื้อนี้ เป็นเรื่องปกติในประเทศที่ซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่า 100 องศาในช่วงกลางวัน ในช่วงที่เขาหลับภรรยาของเขาและลูกๆออกไปซื้อของในตลาดเพื่อหาซื้อข้าวของสดใหม่และกุ้งมาเพิ่ม ช่วงนอกฤดูกาลแข่ง เขาจะทานปลาหลากหลายประเภท ทานไก่ และเนื้อวัวนิดหน่อย ซึ่งพวกมันมีราคาแพงมาก อาหารเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่แน่นแฟ้นของตะวันออกกลาง ทุกๆคนมีสูตรลับในการโปรยเครื่องเทศลงในข้าวหรือว่าเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นการทำอาหารที่สดใหม่ทุกอย่าง โดยปกติที่นี่ไม่มีการใช้เครื่องไมโครเวฟ ผู้คนที่นี่เชื่อว่าการทานอาหารเป็นโอกาสการเข้าสังคมอย่างหนึ่ง รามี่กับภรรยาโดยปกติจะผลัดกันไปจ่ายตลาด เพื่อที่เขาจะได้กำหนดคุณภาพและความสดของอาหารที่เขาจะกินเข้าไปได้ แต่ในระหว่างไม่กี่สัปดาห์นี้ก่อนการแข่งโอลิมเปีย ภรรยาของเขาจะปล่อยให้เขาพักผ่อน เรี่ยวแรงของเขามีน้อยตั้งแต่ที่เขาทานคาร์โบไฮเดรต 75 กรัมต่อวัน ซึ่งผักสดเติมเต็มให้เขาอิ่มจากอาการอยากอาหาร

       อาหารมื้อที่สี่ของเขา ทานหลังจากที่เขาตื่นจากการงีบหลับประมาณบ่ายโมงครึ่ง ประกอบด้วยกุ้งนึ่ง มันฝรั่งอบไม่มีการปรุงแต่ง และสลัดผักจานใหญ่ที่ไม่ใส่เครื่องปรุงรสเลย ความเมตตาครั้งที่สองของเขาในวันนี้คือคริสตันไลท์แก้วใหญ่( Crystal Light น่าจะเป็นอาหารสำเร็จรูปแครอลี่ต่ำ ) พร้อมกับอาหารมื้อนี้ เขาเก็บคริสตันไลท์หลายรสชาติเอาไว้ทานเวลาที่เขานั่งดูทีวีอย่างไม่กะพริบตา อาจเกิดขึ้นได้หนึ่งในพันครั้ง ( คงหมายถึงการกะพริบตา ) ในวีดีโอของรอนนี่ โคลแมน ( ชุด Ronnie Coleman’s Cost of Redemption ) เตรียมตัวสำหรับการบริหารหลังในอีกหนึ่งชั่วโมง เขาไม่พูดจามากนักเวลาใช้สมาธิในการจ้องดูทีวี ในดีวีดีไม่มีพากย์ภาษาอาหรับ แต่รามี่ไม่สนใจ เขาใช้โคลแมนในฐานะแรงบันดานใจของเขาเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อให้ใหญ่ขึ้น และกลายเป็นนักเพาะกายที่ดีที่สุดในโลก เขาสลับไปดูวีดีโออันเก่าของเควิน เลฟโรนในช่วงที่เขารอให้อาหารในท้องย่อย ก่อนที่เขาจะออกไปยิมเพื่อบริหาร 



Monday, December 28, 2020

หน้า 2 ของ เกร็ดความรู้ อาทิตย์ที่ 9 C

  

 


ทคนิคของบรานช์   วอเรน  ตำแหน่งที่ 2 ของรายการมิสเตอร์โอลิมเปีย 2009 ( จากนิตยสารเฟล็กซ์ ฉบับเดือนเมษายน 2553 )

* * * ข้อผิดพลาดที่ผมพบเห็นบ่อยที่สุดในการฝึกที่โรงยิมก็คือ การพยายามใช้ปริมาณลูกน้ำหนักที่มากเกินไป  นั่นทำให้คุณ ไม่สามารถ รักษา "ท่าทาง" การบริหารท่านั้นๆ ให้ถูกต้องและรัดกุม  อันส่งผลให้คุณเสียประโยชน์ที่ควรจะได้รับจากการบริหารท่านั้นๆไปอย่างน่าเสียดาย 


* * * "ความเจ็บปวด" เป็นส่วนประกอบสำคัญของท่า 
Squat  ที่คุณมิอาจหลีกเลี่ยงได้  วิธีจัดการที่ถูกต้องคือ เข้าใจสัจธรรมข้อนี้ แล้วจงอย่ากลัวมัน


* * * โซ่  ที่ใช้คล้องคอผมในเวลาที่ผมบริหารท่า Dip with Chain นั้น ทำให้ผมใช้เทคนิค  Drop Sets ( Triple Drops )      ได้อย่างสมบูรณ์แบบและง่ายดาย   นั่นคือในแต่ละเซทผมจะดันข้อไปเรื่อยๆจนกว่าจะหมดแรงอย่างแท้จริง จากนั้น ก็เอาโซ่ที่คล้องคอออกส่วนหนึ่ง ( เพื่อลดน้ำหนัก ) แล้วดันข้อต่อไปจนหมดแรงอีกครั้ง แล้วก็เอาโซ่ออกอีก แล้วก็ดันข้อต่อไปอีกจนหมดแรง  ทำอยู่อย่างนี้จนกระทั่งเอาโซ่ออกหมดตัว แล้วก็ดันข้อด้วยน้ำหนักตัวเพียวๆจนหมดแรง


* * * เทคนิคส่วนตัวอย่างหนึ่งที่ผมใช้ ผมเรียกเทคนิคนี้ว่า "Barbell buddy curls" โดยผมจะบริหารท่า Standing EZ - Bar Curl โดยมีเพื่อนร่วมฝึก ยืนประจันหน้ากับผม  จากนั้น ผมจะม้วนข้อ 20 Reps ซึ่งจะทำให้ผมหมดแรงจริงๆ แล้วส่งบาร์ไปให้เพื่อนคนนั้นม้วนข้อ 20 Reps  จากนั้น เพื่อนก็จะส่งบาร์กลับมาให้ผม

       แล้วผมก็จะม้วนข้อให้ได้ 19 Reps แล้วผมก็ส่งบาร์กลับให้เพื่อน เพื่อให้เพื่อนม้วนข้อ 19 Reps 

       แล้วเพื่อนก็ส่งบาร์กลับมาให้ผม แล้วผมก็จะม้วนข้อให้ได้ 18 Reps  แล้วผมก็ส่งกลับไปให้เพื่อนม้วนข้อ 18 Reps 

       ทำอย่างนี้เรื่อยไปจนกระทั่งเหลือจำนวน Reps  แค่ 15  

       ด้วยเทคนิคนี้ มันเพิ่มความเข้มข้นในการฝึกให้กับกล้ามไบเซบได้อย่างแท้จริงเลยครับ


Webmaster - ที่ผมใช้คำว่า Reps แทนคำว่า "ครั้ง" นั้น มีคำอธิบายสาเหตุที่ลิงก์นี้นะครับ  http://www.tuvayanon.net/R-ep6-001001B-591127-1718.html


- END - 


หน้า 2 ของ เกร็ดความรู้ อาทิตย์ที่ 8 E

  

 

ความเห็นเรื่องการใช้ไดอารี่ ( Log Books )
จากหนังสือเฟล็กซ์ ฉบับเดือนมิถุนายน 53 หน้า 94


Webmaster  คือว่าพวกนักเพาะกายฝรั่งเขาจะนำไดอารี่ส่วนตัว ติดตัวไปโรงยิมกัน  เพื่อเอาไว้จดว่าในวันนี้ บริหารท่าอะไรบ้าง และในท่านั้น ใช้แผ่นน้ำหนักเท่าไร ,ทำได้กี่ครั้งใน 1 เซท ,ทำได้ทั้งหมดกี่เซท ฯลฯ


( ภาพบน ) เดวิด  เฮนรี่ แชมป์รายการ 2008 Olympia 202 Showdown



       การใช้ไดอารี่บันทึกการเล่นกล้ามในแต่ละครั้งนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ  การมี หรือไม่มีไดอารี่ตัวนี้ เป็นตัวชี้วัดเลยว่าคุณมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการเพาะกายหรือไม่   ตัวผมเองนั้น จะต้องนำเอาไดอารี่นี้ติดตัวไปโรงยิมด้วยทุกครั้ง แล้วบันทึกทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นจำนวนเซท ,จำนวนครั้งในแต่ละเซท เอาไว้ในนั้น

       แล้วการบริหารครั้งต่อๆไป เมื่อใช้ท่าบริหารเดียวกัน ผมจะพยายามเอาชนะสถิติที่ผมเคยบันทึกเอาไว้ในไดอารี่ในครั้งก่อน เป็นต้นว่า ในน้ำหนักที่ใช้ขนาดเดียวกันกับครั้งก่อน ผมอาจจะพยายามทำจำนวนครั้งเพิ่มขึ้นอีก 1 ครั้ง ( ใน 1 เซท ) จากที่เคยบันทึกไว้คราวที่แล้ว หรือถ้าจะต้องทำในจำนวนครั้ง ( ใน 1 เซท ) เท่าเดิม ผมก็จะพยายามเพิ่มน้ำหนักที่ใช้ขึ้นเล็กน้อย  ผมถือว่าถ้าไม่สามารถพัฒนา หรือยกระดับตัวเองให้ดีกว่าที่เคยบันทึกไว้ในครั้งก่อน ก็จะถือว่าการเล่นกล้ามในวันนั้น ล้มเหลวเลยทีเดียวครับ 
( Webmaster - เดวิด เขาเน้นที่การเพิ่มความแข็งแกร่ง จึงต้องจดสถิติของเดิมเอาไว้ เพื่อเอาชนะตัวเองในการฝึกครั้งต่อไป )





  - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -     


( ภาพบน ) เควิน  อิงลิช  แชมป์รายการ 2009 Olympia 202 Showdown



       ผมไม่เคยใช้ไดอารี่เลย  โอเค.. ถ้าใครใช้แล้วได้ผล ผมก็ยินดีด้วย แต่สำหรับตัวผมแล้ว ความแข็งแกร่งไม่ใช่เป้าหมาย  เป้าหมายที่แท้จริงของผมคือการเติบโตของกล้ามเนื้อ ( Webmaster - พูดแดกเดวิดว่า เดวิดเน้นที่ความแข็งแกร่ง จึงต้องใช้ไดอารี่ แต่เควินเน้นที่การเติบโต ซึ่งมองเห็นจากภายนอกด้วยสายตา ได้ชัดเจนกว่าความแข็งแกร่งที่เดวิดเน้น ) กีฬาเพาะกาย ในความคิดของผม ไม่ได้แข่งขันในเรื่องตัวเลขบนแผ่นน้ำหนัก ( เหมือนพวก Power Lifting ) ดังนั้น ผมจึงไม่จำเป็นต้องเก็บข้อมูลการเล่นครั้งก่อนๆไว้ให้รก  สิ่งที่ต้องทำคือการเสาะหาวิธีต่างๆ มาทำให้กล้ามเนื้อเติบโต มากกว่าที่จะติดยึดกับการเอาชนะตัวเลขที่บันทึกไว้ในไดอารี่ 





- END - 


หน้า 2 ของ เกร็ดความรู้ อาทิตย์ที่ 8 D

  

 

drwannabe.tumblr.com


อ้างอิง : นิตยสาร muscledevelopment ฉบับ May 2016 

การเพิ่มปริมาณกล้ามเนื้อ จะช่วยให้ลดไขมันได้เร็วขึ้น ( Gain muscle ,Lose fat fast )

       ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการลดน้ำหนักตัวทั้งหลาย ล้วนให้คำแนะนำว่า คุณต้องใช้เวลาในการลดน้ำหนักตัวตั้งแต่ 6 เดือนถึง 1 ปีเป็นอย่างต่ำ คือต้องค่อยๆลดไปทีละขั้นตอน

       แต่นักวิทยาศาสตร์จาก McMaster University ที่ Canada นำโดย Phillips และ Thaomas  Longland บอกว่าผลการทดลองสรุปได้ว่า บุคคลที่จำกัดการรับแคลอรี่แบบปานกลาง ( คือไม่ถึงกับเคร่งครัด ) , บริหารด้วยลูกน้ำหนักแบบตึงเครียดเข้มข้น และมีการสลับการเล่นด้วยลูกน้ำหนักแบบหนัก และแบบเบา ( High - intensity weight training and intervals 
, ทานอาหารไดเอทแบบที่มีปริมาณโปรตีนสูงๆ สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในร่างกายได้ภายใน 4 อาทิตย์ 

       วิธีการทดลองคือ ให้บุคคลที่เข้าทำการทดลอง แยกเป็น 2 กลุ่ม แล้วใส่ตัวแปรแบบนี้คือ

* * * สิ่งที่สองกลุ่ม มีเหมือนกัน - คือ ให้ตัดแครอลี่ในอาหารลง 40%
 จากที่เคยทาน  /  และให้บริหารด้วยลูกน้ำหนักอย่างเข้มข้น  /  บริหารด้วยลูกน้ำหนักอาทิตย์ละ 6 วัน


* * * สิ่งที่สองกลุ่ม ต่างกันคือ

- - - -- - - -- - - -  กลุ่มแรก จัดเป็นกลุ่มที่ให้ทานโปรตีนในปริมาณสูง - คือให้ทานโปรตีน 2.4 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม


- - - -- - - -- - - -  กลุ่มสอง จัดเป็นกลุ่มที่ให้ทานโปรตีนในปริมาณต่ำ - คือให้ทานโปรตีน 1.2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม


       ในเวลาเพียง 4 อาทิตย์ก็ได้ผลการทดลองที่แตกต่างกันระหว่างสองกลุ่มคือ  กลุ่มที่ทานโปรตีนในปริมาณสูง  สามารถลดเฉพาะไขมันลงไปได้ 11 ปอนด์ และเพิ่มกล้ามเนื้อเพียวๆ ไม่มีไขมันขึ้นได้ 2.5 ปอนด์

       ในขณะที่กลุ่มที่ทานโปรตีนในปริมาณต่ำ สามารถลดไขมันลงได้แค่ 8 ปอนด์ และเพิ่มกล้ามเนื้อเพียวๆ ไม่มีไขมันขึ้นได้แค่ 0.2 ปอนด์


       จึงสรุปได้ว่า การบริหารด้วยลูกน้ำหนักแบบเข้มข้นตึงเครียด ร่วมกับการจำกัดการรับแครอลี่แบบปานกลาง จะไปกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงในร่างกายและเพิ่มความแข็งแกร่ง แต่จะได้ผลชัดเจนก็ต่อเมื่อได้ทานอาหารที่มีปริมาณโปรตีนสูงๆ ( American Journal Clinical Nutrition ,published online January 27, 2016 )





bodybuilding.com


อ้างอิง : นิตยสาร muscledevelopment ฉบับ May 2016 

ถ้ากล้ามเนื้อหายไปในขณะที่กำลังลดน้ำหนัก มันจะส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในภายหลัง
 ( Lost muscle during weight loss speeds weight gain )

       จริงๆแล้ว มันเป็นความต้องการของทุกคนที่พยายามลดน้ำหนักตัวว่า อยากจะให้น้ำหนักตัว มันอยู่คงที่ในจุดที่เขาเคยลดไว้ได้แล้วนั้นตลอดไป แต่ปรากฏว่ามีเพียง 5% ที่จะสมหวัง และคนที่สมหวังนั้น ( คือคนในกลุ่ม 5% นี้ ) น้ำหนักตัวเขาก็คงที่ได้แค่ไม่เกิน 1 ปี

       ทีม The National Weight Control Registry พยายามเก็บข้อมูลของผู้ที่เคยลดน้ำหนักตัวได้ 30 ปอนด์ แล้วรักษาน้ำหนักตัวไว้ให้คงที่ได้เกิน 1 ปีหรือนานกว่านั้น

       ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าพวกเขาเหล่านี้ ( ที่ลดน้ำหนัวได้ 30 ปอนด์ แล้วรักษาน้ำหนักตัวไว้ให้คงที่ได้เกิน 1 ปีหรือนานกว่านั้น ) จะต้องทนบริหารร่างกายต่อไปวันละ 1 ชั่วโมง และผลของการบริหารร่างกายวันละ 1 ชั่วโมงนั้น เมื่อรวมแล้ว ใน 1 อาทิตย์เขาจะเผาแคลลอรี่ส่วนเกินออกไปได้ 3,000 แคลลอรี่

       อย่างไรก็ตาม ยังมีงานของนักวิทยาศาสตร์จาก Maastricht University ที่ Netherlands โดย Rod Vink บอกไว้ว่าในช่วงที่ลดน้ำหนักตัวนั้น หากคุณลดน้ำหนักตัวด้วยการทำให้มวลกล้ามเนื้อหายไปด้วย มันจะทำให้น้ำหนักตัว “เพิ่มขึ้น” ในภายหลัง “อย่างรวดเร็ว”

       วิธีลดน้ำหนักตัวที่ดีที่สุดคือ คุณจะต้องรักษามวลกล้ามเนื้อเอาไว้ในช่วงที่ลดน้ำหนักตัวนั้นด้วย

       วิธีรักษามวลกล้ามเนื้อ ( ในช่วงที่กำลังลดน้ำหนักตัว ) นั้นก็คือคุณต้องบริหารร่างกายด้วยลูกน้ำหนัก และให้ทานอาหารไดเอทที่มีระดับโปรตีนสูงๆด้วย ( Obesity ,24:321-327 ,2016 )

       ( Webmaster – คือหมายความว่า ถ้าคุณลดน้ำหนักตัวด้วยการทานอาหารน้อยๆ และออกกำลังแบบ endurance เช่น ปั่นจักรยาน หรือวิ่ง แบบนี้ แม้ว่าน้ำหนักตัวคุณจะลดได้ช่วงหนึ่ง แต่ภายในไม่เกิน 1 ปี น้ำหนักตัวคุณจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

       เพื่อนสมาชิกจะเห็นได้ว่า กีฬา endurance ทั้งหลาย เช่น วิ่งมาราธอน ,ปั่นจักรยานทางไกล ,ว่ายน้ำทางไกล กีฬาพวกนี้จะเป็นการทำลายมวลกล้ามเนื้อชัดเจนอยู่แล้ว 

       งานวิจัยชิ้นนี้บอกว่า "ไม่ใช่" ลดน้ำหนักไม่ได้นะครับ คือพวกวิ่งมาราธอน ,ปั่นจักรยานทางไกล ,ว่ายน้ำทางไกล กีฬาพวกนี้ สามารถลดน้ำหนักได้ "แต่" หยุดเมื่อไร  น้ำหนักตัวจะขึ้นเร็วมาก - งานวิจัยเขาบอกไว้อย่างนี้ / ถ้าไม่เชื่อก็ลองพิสูจน์ด้วยตัวเองก็ได้

       วิธีที่ถูกต้องในกรณีที่คุณต้องการลดน้ำหนักตัวก็คือคุณจะต้องออกกำลังแบบใช้พละกำลัง ( ไม่ใช่ endurance ) และทานอาหารไดเอทที่มีระดับโปรตีนสูงๆ ) 
 





theverge.com


อ้างอิง : นิตยสาร muscledevelopment ฉบับ january 2016 หน้า 61

แท็ปเล็ท ,สมาร์ทโฟน ทำให้การนอนของคุณแย่ลง

       ในปี ค.ศ.1900 ( คือเมื่อ 116 ปีที่แล้ว ) มนุษย์ใช้เวลานอนตอนกลางคืนเฉลี่ยแล้วคืนละ 9 ชั่วโมง

       ต่อมาในช่วงปี ค.ศ.1970 - 1979 ( คือประมาณ 40 ปีที่แล้ว ) ค่าเฉลี่ยของการนอน ลดลงไปอยู่ที่ 7 ชั่วโมงต่อคืน

       และมันก็ลดลงแบบนี้มาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

       การนอนน้อยก่อให้เกิดผลเสียหลายอย่าง เป็นต้นว่า การสูญเสียสมาธิในเวลาทำงาน และเรียนหนังสือ ,มีความวิตกกังวลสูงกว่าคนปกติ ,เหนื่อยล้า ขาดความกระปรี้กระเปร่า ,ละเลยที่จะสนใจในรายละเอียดของเรื่องต่างๆ  และการนอนน้อยยังเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุรถชนกัน

       ทำไม จู่ๆปัญหาเรื่องการนอนน้อยก็เกิดขึ้นมาในเผ่าพันธุ์มนุษย์?  นักวิทยาศาสตร์ให้คำตอบไว้ว่า วิกฤตของการนอนน้อยมีผลมาจากเทคโนโลยีที่มนุษย์คิดค้นมาใช้กัน  นั่นก็คือการคิดค้นอุปกรณ์อีเลคโทรนิคประเภท สมาร์ทโฟน ,แทีปเลต ,เครื่องอ่านหนังสือ e-readers ,จอคอมพิวเตอร์ PC

       อุปกรณ์ที่พูดมาทั้งหมดนี้ ต่างก็ปล่อยแสง
ออกมาจากตัวอุปกรณ์ โดยเฉพาะ "แสงสีฟ้า" ซึ่งมีปัญหามากที่สุด เพราะแสงสีฟ้าไปขัดขวางขบวนการทางเคมีของร่างกายมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ

       และไม่เพียงแค่แสงเท่านั้นที่มีปัญหา  อุปกรณ์พวกนี้ยังปล่อย "รังสีแม่เหล็กไฟฟ้า" ออกจากตัวอุปกรณ์ด้วย ซึ่งรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าเกี่ยวข้องโดยตรงกับโรคนอนไม่หลับ ,โรคปวดหัว และโรคเกี่ยวกับการควบคุมสติอารมณ์

       ในคนปกติทั่วไปนั้น สมองส่วนกลางจะมีหน้าที่สร้างฮอร์โมนลึกลับตัวหนึ่ง ที่ทำให้ระบบต่างๆในร่างกายทำงานกันไปตามหน้าที่ตามปกติ  แต่เมื่อเราใช้สมาร์ทโฟน  มันจะมีคลื่นรังสีที่ออกมาจากสมาร์ทโฟน เข้าไปแทรกแซงระบบของสมองส่วนกลางในการผลิตฮอร์โมนที่ว่านี้ ทำให้การผลิตฮอร์โมนเกิดความผิดปกติ

       ร่างกายของเราต้องรับกรรมจากการใช้อุปกรณ์สมาร์ทโฟนทั้งหลาย ,อุปกรณ์แท็ปเล็ท ,อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่มีแสงออกมาจากตัวอุปกรณ์  /  และกรรมนั้นก็คือเราต้องสูญเสียการนอนหลับไปนั่นเอง ( Proceedings National Academy Of Sciences. USA 112:1232 - 1237.2015 )



saleevent.ca

อ้างอิง : นิตยสาร muscledevelopment ฉบับ january 2016 หน้า 60

สาร Ibuprofen และ Acetaminophen ขัดขวางขบวนการสังเคราะห์โปรตีนในร่างกาย

       
นักกีฬาประเภทยกน้ำหนักที่เกษียณแล้วหลายคน มักจะพบภาวะแทรกซ้อนคืออาการเจ็บปวดที่ข้อต่อต่างๆ รวมไปถึงการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

       คำตอบก็คือว่า ในสมัยที่เขายังอยู่ในช่วงออกกำลังอย่างหนักกันอยู่นั้น  เวลาที่ร่างกายเกิดอาการเจ็บระบมกล้ามเนื้ออันเกิดจากการฝึก พวกเขามักจะพึ่งยาแก้ปวดที่มีส่วนประกอบของสาร Ibuprofen และ Acetaminophen ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ผิดมหันต์

       จากการศึกษาโดยคุณ Todd Trapp และ Eileen Weinheimer จากมหาวิทยาลัย Ball State University ที่ Munice ,Indiana พบว่าหลังการบริหารร่างกายในแต่ละวันนั้น ร่างกายจะเริ่มปฏิกิริยาสังเคราะห์โปรตีนในร่างกาย

       แต่เมื่อผู้ฝึกทานยาระงับปวดที่มีสาร Ibuprofen และ Acetaminophen เข้าไป  เจ้ายาสองตัวนี้จะไปบล็อคปฏิกริยา cyclooxygenase ( COX )  /  ซึ่งเจ้าตัว COX นี้ จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยา "การปวดระบม" ในร่างกาย ( หรือที่เรียกว่า Prostaglandins ) อีกทีหนึ่ง

       "การปวดระบม" ที่ว่านี้ แม้จะทำให้เรารำคาญจากการปวดนั้น  แต่มันก็เป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติอย่างหนึ่ง ที่จะบังคับให้ร่างกายไปดึงเอาโปรตีนมาสังเคราะห์เพื่อจะนำเอาโปรตีนพวกนั้นไปซ่อมแซมเซลล์กล้ามเนื้อที่สึกหรอ อันเนื่องมาจากการฝึก และทำให้มัดกล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆในร่างกายเราแข็งแรงขึ้น  ( Webmaster - เมื่อเราทานยาแก้ปวดที่มี สาร Ibuprofen และ Acetaminophen ก็มีผลทำให้ร่างกายมันไม่ปวดระบบม / พอไม่มีการปวดระบม มันก็เลยไม่มีปฏิกิริยาอัตโนมัติที่จะไปดึงเอาโปรตีนมาซ่อมแซมเซลล์กล้ามเนื้อที่สึกหรอ อันเนื่องมาจากการฝึกนั้น นั่นเอง )

       สรุปว่า นักเพาะกายควรอยู่ให้ห่างจากสาร Ibuprofen และ Acetaminophen ให้มาก  หากจำเป็นจะต้องใช้ ก็ควรใช้ให้น้อยที่สุด ( ข้อมูลจาก American journal of Physiology Regulatory ,Integrative and Comparative Physiology, 292: R2241 - R2248 ,2007 )

       ( Webmaster - ในหนังสือต้นฉบับ เขาเอาภาพของยาไทลีนอล "รุ่นที่เห็นอยู่ในภาพข้างบนนี้" มาลงไว้นะครับ ก็เหมือนเป็นการใบ้ว่าเจ้ายายี่ห้อนี้ รุ่นนี้ ก็คือตัวที่มี Ibuprofen และ Acetaminophen นั่นเอง )

- END - 


หน้า 2 ของ เกร็ดความรู้ อาทิตย์ที่ 8 C

  

 

จากนิตยสาร Musclemag ฉบับเดือนมกราคม 2553 หน้า 190


     คนอังกฤษชอบทานชาร้อนๆกันมาก แต่คนอเมริกันนิยมเครื่องดื่มที่มีอุณหภูมิเย็น ใครน่าจะปลอดภัยจากมะเร็งหลอดอาหารมากกว่ากัน?  เกี่ยวกับเรื่องนี้ นักวิจัยชาวได้ใช้ตัวอย่างจากชาวอิหร่านกลุ่มหนึ่งที่เป็นมะเร็งหลอดอาหารมากที่สุดในโลกมาทำการวิจัย   ผลของการวิจัยปรากฏชัดว่า ผู้ที่ดื่มของร้อน - ถึงร้อนจัดเป็นประจำ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการเป็นมะเร็งที่หลอดอาหารได้เลย

       เมื่อทดลองลดความร้อนของเครื่องดื่มลงในอีกกลุ่มตัวอย่างหนึ่ง กลับพบว่าอัตราเสี่ยงของการเป็นมะเร็งที่หลอดอาหารลดลงไปจนเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ดื่มของร้อนกว่า นั่นหมายถึงว่า การเลือกดื่มของร้อน กับของที่ร้อนน้อยกว่า มีผลแตกต่างกันอย่างมาก 

       นักวิจัยได้ทดลองจนเชื่อมั่นได้ว่า การดื่มของร้อนจัดจะทำให้เกิดการระคายเคืองกับหลอดอาหาร และการระคายเคืองนั้น ก็จะเรื้อรังกระจายวงออกไป ทำให้เซลล์บริเวณดังกล่าว มีความอ่อนไหวที่จะเกิดการเป็นมะเร็งได้ง่าย

       ไม่จำเป็นต้องเลิกดื่มชาหรือกาแฟร้อนๆในตอนเช้า   เพียงแต่ก่อนดื่ม คุณควรทำให้มันเย็นลงบ้าง


- END - 

หน้า 2 ของ เกร็ดความรู้ อาทิตย์ที่ 8 B

  

 

 
จากนิตยสาร Musclemag ฉบับเดือนกุมภาพันธุ์  หน้า 174

        ( รายงานจาก "วิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว" ชิ้นล่าสุด ) - จากคำกล่าวของฟาร์เบียน  เรย์น ผู้มีใบรับรองจากวิทยศาสตร์การเคลื่อนไหว บอกไว้ว่านักวิจัยค้นพบกว่าการออกกำลังกายช่วงเวลาสั้นๆ แต่ทำบ่อยๆนั้น ( เช่นการยกลูกน้ำหนัก )  ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพของคุณเทียบเท่ากับการออกกำลังแบบลากยาว ( คือการทำคาร์ดิโอ เช่นวิ่งจ๊อกกิ้ง ,เดินไกล )   นั่นคือการทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น ด้วยการออกกำลัง ครั้งละ 10 นาที เป็นจำนวน 3 ครั้งต่อวัน มีผลเท่ากับการออกกำลังแบบลากยาวครั้งละ 20 - 30 นาที คำว่า "ผล" ในที่นี้ก็คือ การเพิ่มการเต้นของหัวใจด้วยการออกกำลัง จะทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงาน ,ลดความดันเลือด และเพิ่มออกซิเจนไปที่สมองของคุณ   การค้นพบใหม่ครั้งล่าสุดนี้ เป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่เวลาในแต่ละวัน ไม่เอื้ออำนวยสำหรับการทำคาร์ดิโอ

       เรย์น เน้นย้ำว่าสำหรับผู้สูงอายุนั้น การออกกำลังโดยใช้แผ่นน้ำหนัก มีความสำคัญมาก เพราะเมื่อเราอายุมากขึ้น โดยธรรมชาติแล้วเราจะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกระดูกไปพร้อมๆกับอายุที่เพิ่มขึ้นของเรา วิธีแก้ไขคือต้องเลือกออกกำลังแบบที่เพิ่มแรงต้านทานไปที่กล้ามเนื้อ ( หมายถึงการยกลูกน้ำหนัก )  และท่าที่สำคัญมากๆขาดไม่ได้คือท่า Squat  เพราะท่า Squat  นี้ เป็นท่าที่ดีที่สุดที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติในกิจกรรมต่างๆระหว่างวันของเรา เช่น การหยิบของที่หล่นอยู่บนพื้น , การลุกขึ้นยืน , การออกจากรถ , การเดินขึ้นบันได  ดังนั้น เมื่อคุณมีอายุมากขึ้น คุณจะต้องใส่ท่า Squat เข้าไปในตารางบริหารของคุณ แต่ถ้าตอนนี้คุณยังอายุไม่มาก คุณก็ต้องบอกให้คุณปู่ของคุณให้บริหารท่านี้ให้ได้

- END -