Thursday, April 2, 2020

Micro Trauma


Micro Trauma

Micro Trauma เรียกอีกอย่างหนึ่งก็คือ Small tear หมายถึงการฉีกขาดที่ไม่ใหญ่โต คำศัพท์นี้เราจะพบบ่อยเวลาที่อ่านบทความเกี่ยวกับเรื่องการบาดเจ็บ ซึ่งมีความหมายตรงกันข้ามกับคำว่า แม็คโครทราอูม่า ซึ่งแม็คโครทราอูม่าก็คือการบาดเจ็บแบบที่หนักหนาสาหัส

       อาการปวดที่เรียกว่า ไมโครทราอูม่า นี้ มันจะมีความรู้สึกว่าเส้นใยกล้ามเนื้อบริเวณที่ปวดนั้น กำลังถูกจัดโครงสร้างใหม่ และมักจะเป็นในวันรุ่งขึ้นถัดจากที่บริหารกล้ามเนื้อส่วนนั้น ซึ่งกระบวนการนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อสำหรับนักเพาะกายอย่างเรา มันจะเกิดขึ้นตอนที่เราใช้กล้ามเนื้อออกแรงต้านกับวัตถุเช่น ดัมเบลล์ ,บาร์เบลล์ ฯลฯ จนเกินกำลัง มีผลทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อ ( Muscle Fiber ) ฉีกขาด คนละแบบกับกล้ามเนื้อฉีกนะครับ เมื่อเส้นใยกล้ามเนื้อฉีกขาดตามภาพข้างบนนี้แล้ว ร่างกายก็จะเรียกเอาโปรตีน วิตะมิน ในร่างกายมาซ่อมแซมเส้นใยดังกล่าว และสร้างปฏิกิริยาอัตโนมัติ โดยการพอกเส้นใยบริเวณดังกล่าวให้หนาขึ้น เพื่อครั้งต่อไปถ้าต้องรับน้ำหนักที่ทำให้ฉีกนี้อีก เส้นใยนี้ก็จะไม่ฉีก ซึ่งการพอกให้เส้นใยหนาขึ้นนี้ ก็คือการที่กล้ามใหญ่ขึ้นมานั่นเอง ( ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของนักเพาะกาย ที่ต้องเพิ่มปริมาณลูกน้ำหนัก ให้หนักขึ้นกว่าครั้งก่อนๆ เพื่อให้เส้นใยนี้ฉีกอีก )

       เมื่อคุณมีอาการบาดเจ็บแบบไมโครทราอูม่า นี้ อาการบาดเจ็บก็จะหายไปเองในเวลาไม่กี่วัน ขึ้นอยู่กับการพักฟื้นและการทานอาหารที่มีประโยชน์ จากนั้นคุณก็กลับมาบริหารได้หนักๆอีก

ขอแทรกนิดนึงครับ

แมคโครทราอูม่า คืออาการบาดเจ็บอย่างหนัก ถึงขั้นการฉีกขาดของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นเลย ( ไม่ใช่เส้นใยกล้ามเนื้อฉีกเหมือนไมโครทราอูม่า ) และจะต้องพบแพทย์อย่างเดียวเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่นการฉีกขาดของกล้ามหน้าอกตามภาพข้างบนนี้ ซึ่งเมื่อเกิดอาการนี้ก็จะต้องหยุดบริหารยาวหลายเดือน และต้องพบแพทย์เพื่อทำการรักษา

       มีคำศัพท์ที่ว่า No Pain No Gain หมายถึงว่าถ้าฝึกไม่หนักพอ ก็จะไม่ปวด และกล้ามเนื้อก็ไม่ขึ้น ดังนั้น นักเพาะกายจึงต้องใช้ประการณ์ส่วนตัวช่วยวิเคราะห์ว่า เล่นหนักได้ถึงลิมิตขนาดไหน จึงจะไม่บาดเจ็บอย่างหนักแบบแมคโครทรูมา แต่ถ้าจะไม่เล่นหนักๆเลยเพราะกลัวการบาดเจ็บ คุณก็จะไม่ได้ขนาดกล้ามเนื้อที่ต้องการ เข้าทำนองที่ว่าไม่เข้าถ้ำเสือก็ไม่ได้ลูกเสือนั่นเองครับ


- END -



No comments:

Post a Comment