Saturday, September 12, 2020

Popcorn

 

Popcorn

ข้าวโพดคั่ว 


      
ข้าวโพดคั่ว หรือ ป็อปคอร์น ( อังกฤษ: Popcorn ) หรือ ตอกคง ในภาษาไทยถิ่นใต้[1] เป็นอาหารว่างอย่างหนึ่ง ผลิตจากเมล็ดข้าวโพด ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในหลายชนชาติ ต้นกำเนิดข้าวโพดคั่วนั้นอยู่ในดินแดนของอินเดียแดงในทวีปอเมริกา ตั้งแต่เมื่อประมาณ 5,600 ปีที่ผ่านมา 

       นักโบราณคดีพบหลักฐานเกี่ยวกับข้าวโพดคั่วในซากเมืองโบราณหลายแห่ง เช่น เมืองอินคาทางอเมริกาใต้ เมืองมายาในอเมริกากลาง และเมืองอัซเตกในเม็กซิโก ต่างพบการใช้ข้าวโพดจำนวนมากมาเป็นเวลานานก่อนสมัยที่โคลัมบัสมาเยือนโลกใหม่ ข้าวโพดที่คั่วจนพองขาวแล้วชาวอินเดียแดงในอเมริกาเหนือจะนำมารับประทาน และร้อยสายด้วยหญ้า ทำเป็นเครื่องประดับสำหรับหัวหน้าเผ่าหรือนักรบ รูปเคารพเทพเจ้าฝนของชาวอัซเตก และเทพเจ้าข้าวโพด บางครั้งก็ประดับด้วยข้าวโพด และในบางแห่งของเม็กซิโกในปัจจุบันวันนี้ บางครั้งก็มีการใช้พวงข้าวโพดคั่วประดับเทวรูป 

       เมื่อนักล่าอาณานิคมชาวอังกฤษสมัยแรกๆ ได้จัดงานขอบคุณพระเจ้าครั้งแรกขึ้น ชาวอินเดียแดงนามว่า เควเดอควีนา ได้นำอาหารมาในงานเลี้ยง นั่นคือข้าวโพดคั่ว ใส่ถุงหนังกวางขนาดใหญ่ ผู้เข้าร่วมในงานได้ ซึ่งต่อมาก็กลายเป็นส่วนสำคัญและเป็นเอกลักษณ์ในวิถีชีวิตแบบอเมริกา 


ข้าวโพดคั่วอินเดียแดง

       ชาวอินคาจะใช้หม้อดินปั้นเป็นพิเศษสำหรับคั่วข้าวโพด ( ภาชนะพบได้ในซากปรักหักพังสมัยโบราณของอเมริกาใต้ ) โดยฝังหม้อในทรายที่ร้อนจัด โรยเมล็ดข้าวโพดลงไป แล้วปิดฝา หรือใช้หม้ออีกใบมาครอบ ความร้อนจากทรายจะทำให้ข้าวโพดแตก กลายเป็นข้าวโพดคั่วได้

       ข้าวโพดและข้าวโพดคั่วค่อยๆ ปรากฏแพร่หลายไปทั่วอเมริกา ในฐานะพืชเกษตรกรรมทั่วไป และเริ่มปรากฏความสำคัญจนถือเป็นพืชเกษตรกรรมในตลาด เมื่อราว ค.ศ. 1890 นี้เอง ซึ่งมีความนิยมสูง และเริ่มผลิตในเชิงการค้า โดยมีการผลิตเครื่องทำข้าวโพดคั่วขนาดมหึมา ใช้เตาน้ำมันเบนซิน กลายเป็นอุปกรณ์ที่คุ้นตาในงานแห่และงานเทศกาล และเมื่อในปี ค.ศ. 1893 ในงานแสดงสินค้าโลกที่ชิคาโก ก็มีการผลิตข้าวโพดคั่วแบบใหม่ เรียกว่า เครเกอร์แจ็ค ( Cracker Jack ) อันเป็นส่วนผสมของข้าวโพดคั่ว น้ำอ้อย และถั่วลิสง


ข้าวโพดคั่วในโรงภาพยนตร์

       จากความเติบโตของธุรกิจภาพยนตร์เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ยี่สิบ และการเปิดโรงภาพยนตร์จำนวนนับไม่ถ้วน ทำให้ข้าวโพดคั่วกลายเป็นส่วนหนึ่งของความบันเทิงแบบใหม่ ในช่วงต้น เครื่องผลิตข้าวโพดคั่วมักจะอยู่นอกโรงภาพยนตร์ ผู้ควบคุมเครื่องมักจะต้องเช่าสถานที่จากเจ้าของโรงภาพยนตร์ สมัยที่เป็นหนังเงียบ บางครั้งมีเสียงดนตรีคลอ ในช่วงบรรเลงดนตรีนั้น ยังมีเสียงกรุบกรับของผู้ชมที่สนุกกับข้าวโพดคั่วพอๆ กับความสนุกกับภาพยนตร์ 

       เครื่องผลิตข้าวโพดคั่วแบบไฟฟ้าเสร็จสมบูรณ์และนำออกจำหน่ายประมาณปี ค.ศ. 1925 เป็นเครื่องแก้วมันวาวและเครื่องไฟฟ้าสีโครเมียม ทำให้ข้าวโพดคั่วได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นไปอีก 

       มีสถิติว่า ในปี ค.ศ. 1922 สหรัฐอเมริกาเพาะปลูกข้าวโพดสำหรับใช้ทำข้าวโพดคั่วประมาณ 15,000 เอเคอร์ เมื่อมีเครื่องผลิตข้าวโพดคั่วแบบไฟฟ้า ข้าวโพดคั่วนำรายได้มาสู่ผู้ปลูกพอสมควร จนได้รับสมญานามว่า "ทิวทองแห่งท้องทุ่ง" (prairie gold) และเมื่อปี ค.ศ. 1967 ผลผลิตต่อปีของข้าวโพดมีค่าประมาณ 432 ล้านปอนด์ รัฐอินเดียนา ไอโอวา อิลลินอยส์ โอไฮโอ และเคนตั้กกี้ เป็นผู้นำในการผลิตข้าวโพดคั่วของสหรัฐอเมริกา 

       เมื่อต้นคริสต์ทศวรรษ 1950 เมื่อโทรทัศน์แพร่หลายมากขึ้น ข้าวโพดคั่วไม่ได้นิยมรับประทานเฉพาะในโรงภาพยนตร์เท่านั้น แต่ยังแพร่หลายไปรับประทานกันหน้าจอโทรทัศน์ และเริ่มมีการโฆษณาข้าวโพดคั่วในช่วงโฆษณาของรายการ ในบางพื้นที่มีข้าวโพดคั่วขายในห่อฟอยล์ ซึ่งใช้คั่วแล้วทิ้งได้


กลไกเบื้องหลังข้าวโพดคั่ว

       กลไกเบื้องหลังข้าวโพดคั่ว ก็คือ เมล็ดข้าวโพดนั้นมีความชื้นอยู่ภายใน เมื่อได้รับความร้อน จะเกิดไอน้ำขึ้นภายในเมล็ด และเกิดแรงดันผลักให้เมล็ดแตกบานออก แรงดันในฉับพลันนั้นก็ดันเมล็ดภายในออกมา

       วิธีการคั่วข้าวโพดมีอยู่สองวิธี คือคั่วแห้ง และคั่วเปียก

* * * วิธีคั่วแห้ง ทำได้โดยนำข้าวโพดใส่ตะกร้าสานแล้วเขย่าเหนือถ่านหินร้อน กระทั่งเมล็ดเต้นและแตกพองอยู่ในตะกร้าสาน จากนั้นเทข้าวโพดลงชาม และ เติมเครื่องปรุงรส จำพวกเกลือและเนย 


* * * วิธีคั่วเปียกนั้น เป็นวิธีที่นิยมใช้ทุกวันนี้ โดยการคั่วข้าวโพดในภาชนะก้นหนา ใส่น้ำมันเล็กน้อย เมล็ดข้าวโพดเมื่อถูกเขย่าจะเคลือบน้ำมัน ทำให้ความร้อนถึงจุดที่แตกตัว ในเครื่องทำข้าวโพดคั่วมักจะใช้น้ำมันมะพร้าว แต่น้ำมันปรุงอาหารชนิดอื่นๆ ก็ใช้ได้เหมือนกัน


ประโยชน์อันหลากหลาย

       นอกเหนือจากการใช้เป็นอาหารแล้ว ข้าวโพดคั่วยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย เช่นการนำมาใช้เป็นวัสดุกันกระแทกในการขนส่งสินค้าเปราะบาง ซึ่งได้ผลดีมากกว่ากระดาษลูกฟูก จากการทดลองบรรจุขวดแก้วลงในหีบ ซึ่งหีบหนึ่งใช้ข้าวโพดคั่วรอง และอีกหีบใช้กระดาษลูกฟูก เมื่อโยนหีบดังกล่าวจากหลังคาโกดังลงบนพื้นยางมะตอยด้วยความสูง 50-60 ฟุต ขวดที่บรรจุในหีบบุข้าวโพดคั่วนั้นไม่แตก ขณะที่อีกหีบมีขวดแตกไปเกือบหนึ่งในสาม

       นอกจากนี้ยังมีการทดลองนำไปปรับใช้ทำอาหารตำรับต่างๆ เช่น ข้าวโพดคั่วกับเครื่องเทศ น้ำมะนาว และน้ำผึ้ง และรับประทานกับครีมเป็นอาหารว่าง หากผสมกับหัวหอม ผักชี และเครื่องปรุงรสอื่นๆ จะนำไปยัดไส้ไก่ได้ ไม่ต่างกับเครื่องปรุงขนมปังหรือขนมปังข้าวโพดเลย

       ทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังหาวิธีต่างๆ ที่จะใช้ประโยชน์จากข้าวโพดคั่วนี้ นับเป็นเส้นทางอันยาวนานไกลจากถิ่นฐานชาวอินคาเมื่อหลายศตรรษก่อน ผู้รู้จักคั่วข้าวโพดด้วยวิธีง่ายๆ ในหม้อดิน ไปสู่ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์อันซับซ้อนในปัจจุบัน


เกร็ด

* * * มีการขายข้าวโพดทั่วในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่ ค.ศ. 1912  

* * * ข้าวโพดคั่วเนยมียอดการขายสูงกว่าข้าวโพดคั่วธรรมดา

* * * อุณหภูมิในการคั่วข้าวโพดนั้น อยู่ที่ประมาณ 175 องศาเซลเซียส ( 347 องศาฟาเรนไฮต์ )

* * * เครื่องคั่วข้าวโพดเครื่องแรก ประดิษฐ์โดยนายชาลส์ เครเตอส์ ในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา เมื่อ ค.ศ. 1885 

* * * ข้าวโพดคั่วสามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ 

- END -

No comments:

Post a Comment