Sunday, April 12, 2020

Cranberry Extract


Cranberry Extract

ส่วนประกอบของอาหารเสริม แครนเบอร์รี่ Cranberry Extract

       แครนเบอร์รี่ ( Cranberry ) เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่จัดอยู่ในตระกูลเบอร์รี่ เป็นพืชพื้นเมืองที่นิยมเพาะปลูกนเขตหนาวทางด้านแถบตอนเหนือของสหรัฐอเมริกาแคนาดา รัสเซีย และยุโรป โดยที่แครนเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่สูง และได้รับการขนาดนามว่าเป็น Super Fruits

       ประกอบด้วยสาร Flavonoids ที่มีชื่อว่า Proanthocyanidins หรือ PACs ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ช่วยในการยับยั้งการจับตัวของแบคทีเรียบางชนิดที่ผนังเซลล์ นักวิจัยได้ค้นพบและจำแนกสาร Phytochemicals ชนิดพิเศษที่มีอยู่เฉพาะในแครนเบอร์รี่ ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในการยับยั้งการจับตัวของแบคทีเรีย เช่น เชื้อ E. coli ที่ Epithelial Cells ( เช่นที่ทางเดินปัสสาวะ ) จึงช่วยให้ทางเดินปัสสาวะมีสุขภาพดี ลดความเสี่ยงการเกิดโรคปัสสาวะอักเสบ นอกจากนี้ แครนเบอร์รี่ ยังเป็นแหล่งของกรดอินทรีย์ชั้นเยี่ยม อุดมไปด้วยสาร Flavonoids เป็นแหล่งของสาร Antioxidants ตามธรรมชาติและมีปริมาณ Phytonutrients สูง



ประโยชน์ของ Cranberry Extract

* * * ช่วยป้องกันโรคหัวใจและกระตุ้นระบบไหลเวียนของโลหิต ซึ่งมีสารสำคัญ OPC จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือดและเพิ่มประสิทธิภาพของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน


* * * ช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะได้ดี เพราะแครนเบอร์รี่มีโมเลกุล NDM ที่ออกฤทธิ์ช่วยยับยั้งการฝังตัวของเชื้อ E.coli ที่ผนังกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะซึ่งจะลดอัตราการติดเชื้อได้มากถึง 50%


* * * ชะลอความเสื่อมของจอประสาทตา สารสำคัญในกลุ่มนี่จะทำหน้าที่กรองแสงและป้องกันรังสีอัลตร้าไวโอเลต โดยปกป้องเซลล์ของขอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลาย และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต้อกระจกหรือโรคจอตอเสื่อมในผู้สูงอายุ


* * * บำรุงผิวให้ดูอ่อนเยาว์ ซึ่งมีสาร OPC จะเข้าไปช่วยยับยั้งเอนไซม์เข้าไปทำลายคอลลาเจนและดักจับอนุมูลอิสระ จากนั้นก็จะเข้าไปเสริมความแข็งแรงให้กับคอลลาเจนใช้ชั้นใต้ผิวหนัง จึงทำให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว สดใส มีน้ำมีนวลและคงความกระชับเต่งตึง



คำแนะนำในการทาน Cranberry Extract 

* * * แครนเบอร์รี่ในรูปของแคปซูลควรทาน 1 แคปซูล วันละ 1-3 เวลา


* * * น้ำแครนเบอร์รี่สำเร็จรูปที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไปนั้นจะมีรสหวานมาก และผ่านกระบวนการแปรรูปมาแล้ว จึงไม่แนะนำให้รับประทาน ( เพราะต้องระวังในเรื่องของปริมาณน้ำตาล โดยเฉพาะผู้ที่อ้วนและเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน )


* * * การดื่มน้ำแครนเบอร์รี่ไม่ควรดื่มในปริมาณที่มากเกินไปในผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด เนื่องจากมีรายงานว่า การดื่มน้ำแครนเบอร์รี่มากกว่าวันละ 1,420 มิลลิลิตร จะมีผลทำให้มีโอกาสเลือดออกภายในได้ แต่การดื่มแต่น้อยนั้นจะไม่มีอันตราย


- END -




No comments:

Post a Comment