Friday, April 3, 2020

Natural Bodybuilding


Natural Bodybuilding

     ก่อนอื่น ผมขอเอาภาพเปรียบเทียบระหว่างนักกีฬาเพาะกายแบบ Natural Bodybuilding กับนักกีฬาเพาะกายธรรมดาทั่วไป ( คือ Bodybuilding ) มาเทียบกันให้ดูดังภาพข้างล่างนี้นะครับ

( ไม่สามารถแสดงภาพได้ ) 

      จากภาพข้างบนนี้ จะเห็นได้ชัดเจนว่า นักกีฬา Natural Bodybuilding ใน ภาพ ก. ก็คือนักเพาะกาย Bodybuilding ( ธรรมดา ) แต่เป็นรุ่นแบนตั้มเวท ( คือน้ำหนักไม่เกิน 65.55 กก. หรือ 143 ปอนด์ ) ใน ภาพ ข. นั่น่เอง

       สมมติว่า นาย A  เป็นแชมป์รุ่นแบนตั้มเวท ในรายการเพาะกายธรรมดา  ฟังดูแล้วมันก็อาจไม่เท่ห์ เพราะมันยังมีแชมป์รุ่นใหญ่กว่านั้น ( คือ ไลท์เฮฟวี่ ,เฮฟวี่ ,ซูเปอร์เฮฟวี่ ) /  "แต่" ถ้า นาย A เป็นแชมป์โลก ..... ( อะไรสักอย่าง )..... มันก็จะดู "เจ๋ง" กว่าการที่เป็นแค่แชมป์รุ่นแบนตั้มเวท จริงไหมครับ 

       ก็เลยมีคนคิดรายการแข่งขัน อะไรสักอย่าง เพื่อเอามาใส่ตรง จุด จุด จุด นั้น โดยเรียกชื่อการแข่งขันนั้นว่า Natural Bodybuilding / คราวนี้ นาย A ซึ่งแต่ก่อนเป็นแค่แชมป์รุ่นแบนตั้มเวท  ตอนนี้ก็กลายเป็น แชมป์โลก Natural Bodybuilding ไปเสียแล้ว มันดูเท่ห์กว่ากันจริงๆ

       ซึ่งความจริงแล้ว มันก็คืออันเดียวกัน ( คือ รุ่นน้ำหนักแบนตั้มเวท ในรายการเพาะกายธรรมดา ก็เป็นอันเดียวกับ Natural Bodybuilding  )


คำถามที่อาจผุดขึ้นในใจของเพื่อนสมาชิก

คำถาม - เขาใช้ศัพท์ว่า "Natural" ก็น่าจะหมายถึงการปลอดจากการใช้สเตอรอยด์ไม่ใช่หรือครับ?

คำตอบ - มันเป็นแค่การเล่นคำเฉยๆครับ คือทำให้คนอื่นเข้าใจว่า คนที่ประกวดในรายการ Natural Bodybuilding ไม่ใช้สเตอรอยด์ แต่คนที่ประกวดในรายการ Bodybuilding ( ธรรมดา ) ใช้สเตอรอยด์

       ลองคิดตามหลักความเป็นจริงว่า ถ้า Bodybuilding ( ธรรมดา ) ใช้สเตอรอยด์ได้จริง แล้วมันจะมีนักกล้ามรุ่นแบนตั้มเวท อยู่ได้ยังไงล่ะครับ เพราะคนที่อยู่รุ่นแบนตั้มเวท ก็ต้องใช้สเตอรอยด์ แล้วไปอยู่ในรุ่นเฮฟวี่เวทกันหมด



คำถาม - ถ้าอย่างนั้น เขาจะตั้งรายการ Natural Bodybuilding ขึ้นมาทำไมล่ะครับ

คำตอบ - สำหรับคำตอบนี้ ผมขอให้ดูภาพวีดีโอข้างล่างนี้ก่อนนะครับ

( ไม่สามารถแสดงภาพได้ ) 

     เพื่อนสมาชิกอาจจะงง ที่ถามเกี่ยวกับ Natural Bodybuilding อยู่ดีๆ แต่ปรากฏว่าได้มาดูภาพคนแข่งขันกันปลดยกทรง จนได้อันดับ 1 ของโลก  แล้วมันเกี่ยวอะไรกัน?

       ประเด็นที่ผมจะสื่อให้ดูก็คือว่า คุณว่าการบันทึกกินเนสบุ๊ค ครั้งนี้มันเลอะเทอะไหมล่ะครับ คือมาแข่งว่าใครเป็นผู้ปลดยกทรงผู้หญิงได้เร็วที่สุดในโลก  ใช่แล้วครับ มันเหลวไหล ,เลอะเทอะ และไม่มีอะไรน่าสนใจ น่าจดจำเลย

       แล้วทำไมถึงมีคนพยายามเอาชนะในรายการแข่งปลดยกทรง เพื่อให้ได้ที่ 1 ของโลกล่ะ? คำตอบก็คือ ก็เพราะว่าการทำอย่างอื่น เช่น การกินไวที่สุดในโลก ,การกระโดดสูงที่สุดในโลก ,การวิดพื้นมากที่สุดในโลก ฯลฯ มันมีคนเป็นอันดับ 1 ของโลกกันไปหมดแล้ว  ดังนั้น หากนาย ก. อยากจะเป็นที่ 1 ของโลกให้ได้ เขาก็ต้องแยกการแข่งออกมา "ต่างหาก" จากการแข่งหลักๆ เช่นพวก แข่งกินไว ,แข่งกระโดดสูง ,แข่งวิดพื้น  ดังนั้น เขาจึงมาสร้างการแข่งของเขาเอง คือการปลดยกทรง ซึ่งไร้สาระ และใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้  เพียงแต่ว่า ถึงแม้มันจะไร้สาระ แต่ก็ทำให้เขา เป็นที่ 1 ของโลก ( คือเอามันส์แค่นี้ )


( ไม่สามารถแสดงภาพได้ )  

     ( ภาพบน ) การเป็นเจ้าของรายการประกวดเพาะกายนั้น จะทำให้เจ้าของรายการ ได้เงินสปอนเซอร์ จากบริษัทขายอาหารเสริมเป็นสิบๆบริษัท ,ได้เงินจากขายตั๋ว เป็นล้านๆ ,ได้ชื่อเสียง ฯลฯ ดังนั้น ใครๆก็อยากจะเป็นเจ้าของรายการประกวดเพาะกายกันทั้งนั้น แต่บังเอิญว่า ในโลกนี้ มีรายการประกวดเพาะกาย เต็มตลาดอยู่ก่อนแล้ว / ดังนั้น ถ้าคุณอยากรุ่ง คุณก็จะต้องไม่เข้าไปแข่งอยู่ในตลาดเดียวกับคนที่เขาอยู่เต็มตลาดอยู่ก่อนแล้ว / นั่นคือ คุณต้องแยกตลาดออกมา แล้วตั้งชื่อการประกวดเพาะกายนั้นใหม่ว่า Natural Bodybuilding


       มันก็คือหลักการตลาดธรรมดาๆ ในเรื่องของ "ส่วนแบ่งการตลาด" นั่นเอง  ยกตัวอย่างเช่น มีร้านค้าที่ขายของทะเลอยู่ติดกับทะเล ซึ่งเปิดขายมาเป็น 50 - 60 ปีแล้ว  / อยู่มาวันหนึ่ง นายสมชาย อยากจะมาเปิดร้านขายของทะเลแถวนี้บ้าง ก็ปรากฏว่ามีคนสร้างภาพการตลาดไว้ว่า "ขายของทะเล" เป็นร้อยๆร้านแล้ว ถ้านายสมชายตั้งป้ายว่าขายของทะเล อีก มันก็จะซ้ำกับคนอื่น และก็จะดูไม่น่าสนใจ คือไม่แตกต่างจากคนอื่น  / ดังนั้น นายสมชาย จึงสร้างภาพทางการตลาดว่า ขาย "ปูทะเล" อย่างเดียว และมีความเชี่ยวชาญในการเลือกปูทะเล ให้กินแล้วอร่อย / พอภาพพจน์ออกมาเป็นอย่างนี้ คนที่อยากกินปูทะเล ก็เลยพากันมาซื้อปูกับนายสมชาย  ทั้งๆที่ร้านขายของทะเล ( ที่เปิดมา 50 - 60 ปี )  ที่อยู่ข้างๆร้านนายสมชายนั้น ก็มีปูทะเลขายเหมือนกัน แต่ไม่มีใครไปซื้อกิน 

       นั่นก็คือว่า ในการประกวดเพาะกายธรรมดา ( Bodybuilding ) เขาก็มีรุ่นแบนตั้มเวทอยู่แล้ว ( เหมือนกับที่ ร้านขายของทะเลอื่นๆ เขาก็มีปูทะเลขายอยู่ด้วย ) / แต่คนหัวใส ก็ไปเอานักเพาะกายรุ่นแบนตั้มเวทแยกออกมา เพื่อทำรายการประกวดเอง ( หวังเงินสปอนเซอร์ และเงินขายบัตร )  แล้วชูประเด็นว่า ไม่ใช้สเตอรอยด์ แล้วตั้งชื่อใหม่ว่า Natural Bodybuilding ( เหมือนกับที่นายสมชาย ชูประเด็นเรื่องการขายปูทะเลเพียงอย่างเดียว คนก็เลยเชื่อถือ และมาซื้อปูทะเลที่ร้านเขา ทั้งๆที่ร้านขายของทะเล ร้านใกล้ๆกัน ก็มีปูทะเลขายเหมือนกัน  ซึ่งก็คือ การประกวดเพาะกายธรรมดา ทุกๆรุ่นนั้น ก็ไม่ได้ใช้สเตอรอยด์อยู่แล้ว แต่คนหัวใส ไปสร้างภาพพจน์ให้คนอื่นเข้าใจผิดว่า การประกวดเพาะกายธรรมดา อนุญาตให้ใช้สเตอรอยด์ได้ ,เพื่อให้คนที่เข้าใจผิดเหล่านั้น มาดูรายการของเขาแทน แล้วเขาก็จะได้เงินจากการขายบัตร  ) 


( ไม่สามารถแสดงภาพได้ )  

     ( ภาพบน ) สมมติว่า มีร้านก๋วยจั๊บอยู่ที่หนึ่ง มีทำเลดี เพราะใกล้กับตลาด ก็เลยมีคนมาซื้อกินกันเยอะ เรียกว่าขายจนติดตลาดแล้ว ว่างั้นเถอะ  / เราเห็นว่า ฝีมือการทำก๋วยจั๋บของเรา สู้คนขายคนนี้ได้ และเราอยากรวยแบบคนขายก๋วยจั๋บคนนี้บ้าง ก็เลยจะมาเปิดขายข้างๆร้าน เพื่อจะแย่งลูกค้า / การเปิดขายเพื่อแย่งลูกค้านั้น ถ้าเราตั้งชื่อตรงๆว่า ขายก๋วยจั๊บ มันก็จะไม่น่าสนใจ  และคนก็จะยังซื้อก๋วยจั๋บร้านเดิมกินอีก  โดยไม่มีใครมาทดลองกินที่ร้านเราเลย ดังนั้น เราต้องเล่นคำ เช่นใช้คำว่า ก๋วยจั๋บ "เจ้าเก่า" หรือก๋วยจั๊บ "อนามัย"  ซึ่งความจริงแล้ว มันก็คือก๋วยจั๋บธรรมดาๆ เหมือนกับร้านเดิมที่เขาขายอยู่นั่นเอง แต่ที่ใช้คำว่า อนามัย ก็เพื่อจะทำให้ลูกค้าจากก๋วยจั๋บร้านเดิมนั้น เข้าใจกำลังกินก๋วยจั๋บที่ "ไม่มีอนามัย" อยู่ แล้วหันมากิน ก๋วยจั๋บ "อนามัย" ที่ร้านใหม่นี้แทน

       ไอ้เจ้าการเล่นคำที่ว่านี้ ก็เหมือนกับการที่ในโลกเรามีการประกวดเพาะกายใหญ่ๆอยู่แล้ว เช่นรายการมิสเตอร์โอลิมเปีย / คราวนี้ คนหัวใส ก็อยากมีรายการประกวดเพาะกายของตัวเองบ้าง เพราะอยากรวยเหมือนเจ้าของรายการมิสเตอร์โอลิมเปีย / แต่ถ้าตั้งรายการประกวดว่า Bodybuilding ธรรมดา มันก็ไม่น่าสนใจ และคนก็จะยังไปดูมิสเตอร์โอลิมเปียอีกเหมือนเดิม ( เหมือนคนที่ไปกินร้านก๋วยจั๋๋บร้านเดิม ) / ดังนั้น ถ้าจะดึงลูกค้ามาจากรายการประกวดโอลิมเปีย ก็จะต้องตั้งรายการประกวดใหม่ว่า Natural Bodybuilding เพื่อทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่า นักเพาะกายที่ประกวดมิสเตอร์โอลิมเปียนั้น ใช้สเตอรอยด์ ( เหมือนกับที่ร้านก๋วยจั๋บใหม่ ใช้คำว่า "อนามัย" เพื่อทำให้คนเข้าใจผิดว่า ร้านเก่าที่เขากินอยู่นั้น "ไม่มีอนามัย" )

สรุป สำหรับคำถามนี้ที่ว่า เขาตั้งรายการ Natural Bodybuilding ขึ้นมาทำไม? คำตอบก็คือ เขาอยากรวย แล้วก็เลยใช้หลักทางการตลาดง่ายๆ คือไม่เข้าไปแข่งในตลาดที่มีคนอื่นทำไว้อยู่ก่อนแล้ว  ตามตัวอย่างที่ผมยกมาให้ดู เช่นเรื่องการเป็นที่ 1 ของโลกเรื่องการปลดยกทรงผู้หญิง ,การตั้งชื่อร้านก๋วยจั๋บของตัวเอง เพื่อให้คนอื่นเข้าใจผิดในร้านก๋วยจั๋บร้านเดิม แล้วเลิกกินร้านเดิม แล้วหันมากินก๋วยจั๋บที่ร้านเราแทน


- END -







No comments:

Post a Comment