Sunday, April 12, 2020

Cauliflower


Cauliflower

      กะหล่ำดอก ( Cauliflower ) เป็นผักที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี กะหล่ำดอกนำมาเป็นส่วนผสมของอาหารหลายชนิด เช่น แกงส้ม ผัดผัก เป็นต้น กะหล่ำดอกมีลักษณะเป็นก้อนสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน รวมตัวกันเป็นก้อนแน่น กะหล่ำดอกเป็นผักที่บริโภคส่วนดอกตรงส่วนปลายของลำต้น กะหล่ำดอกมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Brassica Oleracea เป็นพืชผักในวงศ์ Cruciferae ซึ่งเป็นพืชตระกูลเดียวกับบร็อคโคลี่

       กะหล่ำดอก มีต้นกำเนิดอยู่แถบเมดิเตอร์เรเนียน มีอายุประมาณ 1-2 ปี ลำต้นสูงประมาณ 40 -55 เซนติเมตร ดอกมีน้ำหนักประมาณ 0.5 – 1.2 กิโลกรัม มีเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ 10-20 เซนติเมตร ระยะเวลาเก็บเกี่ยวอยู่ที่ 60-90 วันหลังจากทำการปลูก ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด กะหล่ำดอกเป็นพืชที่มีการใช้ปรุงอาหารในทุกระดับ ทั้งระดับภัตตาคารหรือปรุงรับประทานเองภายในครัวเรือน ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่ากะหล่ำดอกมีรสชาติอร่อย หวานกรอบ และมีสีสันที่สวยงามเมื่อนำมาปรุงเป็นอาหารแล้ว นั่นคือมีสีเหลืองอ่อนไม่ดำคล้ำเมื่อโดนความร้อนจากการปรุงอาหาร และกะหล่ำยังสามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง และทอด กะหล่ำดอกไม่นิยมรับประทานแบบดิบ เนื่องจากกะหล่ำดอกดิบนั้นมีกลิ่นเหม็นเขียวต้องนำมาปรุงให้สุกก่อนจึงจะรับประทานได้ อาหารที่ปรุงมาจากกะหล่ำดอก เช่น แกงส้มใส่กะหล่ำดอก ผัดผักรวม ต้มจิ้มน้ำพริก กะหล่ำดอกชุบแป้งทอด ต้มจับฉ่าย เป็นต้น กะหล่ำดอกต้มสุกครึ่งถ้วยหรือกะหล่ำดิบล้างสะอาดหนึ่งถ้วยให้พลังงาน 25 แคลอรีและมีใยอาหาร 3 กรัม


กะหล่ำดอกแบ่งตามอายุการเก็บเกี่ยว

       1.พันธ์เบา - คือสายพันธุ์ กะหล่ำดอก ที่มีอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตน้อยที่สุดมีอายุประมาณ 55 – 75 วันเท่านั้น ได้แก่สายพันธุ์ พันธุ์เออบี่ สโนบอลล์ ( Early snowball ) ที่มีอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตอยู่ที่ 60-75 วัน พันธุ์ Burpeeana ที่มีอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตอยู่ที่ 58- 60 วันและพันธุ์ Snow drift ที่มีอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตอยู่ที่ 63-78 วัน นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนาสายพันธุ์เบานี้เพิ่มขึ้นมา ได้แก่ สายพันธ์ไวท์ คอนเทสซ่า ( White Contessa Hybrid, Sakata ) จัดเป็นสายพันธุ์เบาที่มีความทนทานต่อสภาพอากาศร้อนและแล้งได้ดี ผลผลิตที่ได้จะมีเนื้อแน่นสีขาว ขนาดดอกจะมีน้ำหนักประมาณ 500 กรัม สายพันธุ์ฟาร์มเมอร์ เออลี่ ไฮบริด ( Farmer Early Hybrid ) เป็นสายพันธุ์ที่พัฒนาให้ออกผลผลิตอย่างสม่ำเสมอตลอดอายุของต้น และผลผลิตที่ได้จากสายพันธุ์นี้จะมีดอกสีขาวหนักประมาณ 1-1.5 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นกะหล่ำดอกที่มีขนาดใหญ่มากทีเดียว สายพันธุ์สโนว์บอลล์ เอ ( Snow Ball A, Takii ) เป็นสายพันธุ์ที่พัฒนามาเพื่อให้ปลูกในประเทศเขตร้อน เพราะว่าสายพันธุ์นี้สามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ร้อน มีดอกสีขาวแน่น ลักษณะดอกกลม สายพันธุ์ซุปเปอร์ สโนว์บอลล์ ( Super Snow Ball ) เป็นสายพันธุ์ที่พัฒนาต่อยอดมาจากสายพันธุ์สโนว์บอลล์ เอ ( Snow Ball A ) โดยพัฒนาให้มีอายุการเก็บเกี่ยวที่น้อยลงกว่ากลุ่มสายพันธุ์สโนว์อื่นๆและสายพันธุ์สโนว์ คอง ไฮบริด ( Snow King Hybrid ) ที่มีอายุกรเก็บเกี่ยวสั้นที่สุดเพียงแค่ 50 วันเท่านั้น


       2.พันธุ์กลาง - คือสายพันธุ์กะหล่ำดอกที่มีอายุเก็บเกี่ยวอยู่ที่ 80-90 วัน ได้แก่สายพันธุ์ Snow Fall ที่มีอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตอยู่ที่ 85 วัน สายพันธุ์ Halland Erfurt Improve ที่มีอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตอยู่ที่ 85 วันเช่นเกี่ยวกัน และสายพันธุ์ Cauliflower Main Crop Snow Fall ที่มีอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตอยู่ที่ 90 วัน


       3.พันธุ์หนัก - คือสายพันธุ์ กะหล่ำดอก ที่มีอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตนานที่สุดอยู่ที่ 90-150 วัน ได้แก่สายพันธุ์ Winter ที่มีอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตอยู่ที่ 150 วัน และสายพันธุ์ Putna ที่มีอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตอยู่ที่ 150 วันนอกจากสายพันธุ์กะหล่ำดอกทั้งสามกลุ่มนี้แล้วยังมีสายพันธุ์พิเศษอีกสองสายพันธุ์คือ สายพันธุ์ Royal Purple และสายพันธุ์ Purple Head ทั้งสองสายพันธุ์นี้มีลักษณะพิเศษคือ ดอกกะหล่ำจะมีสีม่วงแทนที่จะเป็นสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน มีอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตอยู่ที่ 80-85 วัน เมื่อนำไปปรุงอาหารจะช่วยเพิ่มสีสันให้กับอาหารน่ารับประทานมากขึ้น และกะหล่ำโรมาเนสโก ( Romanesco ) หรือกะหล่ำดอกเจดีย์ เป็นสายพันธุ์กะหล่ำที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตอนนี้ ลักษณะของกะหล่ำดอกพันธุ์นี้คือดอกรวมเป็นกลุ่มเล็กๆ หลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มจะมียอดแหลมขึ้นมาคล้ายกับยอดของเจดีย์ เมื่อนำมาปรุงอาหารจะมีรสชาติหวานกรอบกว่ากะหล่ำดอกทั่วไป ด้วยเหตุนี้จึงทำให้กะหล่ำดอกเจดีย์ได้รับความนิยมมากกว่ากะหล่ำดอกทั่วไป


- END -



No comments:

Post a Comment