Wednesday, April 15, 2020

L- Carnitine


L- Carnitine

      หลายคนคงเคยได้ยินชื่อของแอลคาร์นิทีน ( L-carnitine ) และมักเข้าใจว่าช่วยในการลดน้ำหนัก ทั้งที่ประโยชน์ของแอลคาร์นิทีนที่มีผลยืนยันทางวิทยาศาสตร์นั้นคือ ช่วยลดมวลไขมัน เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ และลดความเหนื่อยล้า ดังนั้นการทำความเข้าใจว่าแอลคาร์นิทีนคืออะไรและมีประโยชน์กับร่างกายอย่างไรจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เลือกรับประทานได้อย่างเหมาะสม


รู้จัก L-carnitine 

       แอลคาร์นิทีน ( L-carnitine ) เป็นสารที่ร่างกายสามารถสร้างได้เองที่ตับและไตจากกรดอะมิโนสองตัวที่มีชื่อว่า Lysine และ Methionine ซึ่งร่างกายนำไปใช้ในกระบวนการดึงไขมันเข้าไปสร้างเป็นพลังงาน แอลคาร์นิทีนจึงมีบทบาทสำคัญต่อขบวนการสลายกรดไขมันในร่างกาย และร่างกายยังได้รับแอลคาร์นิทีนจากการรับประทานอาหารจำพวกกลุ่มเนื้อแดง ถั่ว อโวคาโดได้ด้วย 

       งานวิจัยของ The Journal of Sports Medicine and Physical Fitness ได้ศึกษาประสิทธิภาพของแอลคาร์นิทีนในผู้หญิงน้ำหนักมาก โดยมีการศึกษาเปรียบเทียบกัน 4 กลุ่ม กลุ่มแรก ให้ยาหลอก กลุ่มสอง ให้รับประทานแอลคาร์นิทีน กลุ่มสาม ออกกำลังกายและทานยาหลอก กลุ่มสี่ ให้ออกกำลังกายร่วมกับรับประทานแอลคาร์นิทีน และติดตามผลที่ 8 สัปดาห์พบว่า ในกลุ่มที่มีการออกกำลังกายแบบแอโรบิกและทานแอลคาร์นิทีนวันละ 2 กรัม สามารถลดการอักเสบในร่างกาย ( hs-CRP) ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ   

       มีการศึกษาให้รับประทานวันละ 2 กรัม ในกลุ่มคนสูงอายุและติดตามผลพบว่า ปริมาณของกล้ามเนื้อมากขึ้นและไขมันลดลง และยังลดความอ่อนล้าของร่างกายลง   


       แอลคาร์นิทีนนับเป็นสารที่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายน้อยมากและให้ประสิทธิภาพสูง หากใช้ควบคู่กับการออกกำลังกาย โดยควรออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยวันละ 40-50 นาทีขึ้นไปจึงจะช่วยสลายไขมันได้ 

       ในนักกีฬาหรือคนที่กินแอลคาร์นิทีนเสริมสำหรับการเล่นกีฬาเพื่อช่วยในการสลายไขมันและช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อดีขึ้น ควรจะต้องหยุดใช้เพื่อให้กล้ามเนื้อได้พักบ้างอย่างน้อยเดือนละ 1 สัปดาห์และไม่ควรใช้ต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ 


       ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เสริมแอลคาร์นิทีนได้รับความสนใจในวงกว้าง ซึ่งชนิดของแอลคาร์นิทีนที่นำมาใช้แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ 

* * * แอล-คาร์นิทีน ( LC ) ค่อนข้างนิยมใช้อย่างแพร่หลาย


* * * แอล-อะซิทิลคาร์นิทีน [ L-acetylcarnitine (LAC) ] เป็นรูปแบบเดียวที่ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคอัลไซเมอร์ ( Alzheimer ) และโรคเกี่ยวกับความผิดปกติของสมองอื่น ๆ  


* * * แอล-โพรพิโอนิลคาร์นิทีน [ L-propionylcarnitine (LPC) ] มีประสิทธิภาพ ใช้ได้ผลดีกับโรคเกี่ยวกับเส้นเลือดตามแขนขา (  Peripheral Vascular Disease-PVD ) ที่มีสาเหตุจากเบาหวานหรือเส้นเลือดแข็ง  


       แม้แอลคาร์นิทีนจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หากรับประทานมากเกินไปก็อาจเกิดผลข้างเคียงได้เช่นกัน มีงานวิจัยระบุว่า การรับประทานแอลคาร์นิทีนมากถึง 5 กรัม หรือ 5,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือมากกว่าอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน อยากอาหารเพิ่มขึ้น มีกลิ่นตัว มีผื่นแดง เป็นต้น 

       ดังนั้นสิ่งที่ควรตระหนักไว้เสมอคือ การลดน้ำหนัก คือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการเลือกรับประทานอาหารให้ถูกต้อง แอลคาร์นิทีนเป็นสารที่ช่วยทำให้ร่างกายสามารถดึงไขมันไปสร้างเป็นพลังงาน ซึ่งร่างกายสร้างได้เองและได้รับจากการรับประทานอาหารดังที่กล่าวไปตอนต้น ดังนั้นแล้วเราไม่สามารถทราบปริมาณแน่นอนของแอลคาร์นิทีนที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับประทานแอลคาร์นิทีนย่อมช่วยให้สามารถรับประทานได้เหมาะสมและเกิดประโยชน์กับร่างกายอย่างแท้จริง   


เรียบเรียงโดย พญ.จิรา ถาวรประดิษฐ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัยกรุงเทพ 

- END -



No comments:

Post a Comment