Friday, April 3, 2020

Powerlifting


Powerlifting

             คนที่อยู่วงนอกการเพาะกายนั้น เมื่อได้ยินคำว่า "ยกลูกเหล็ก" ก็จะไม่เข้าใจว่าหมายถึง การเล่นกล้าม ,หรือการแข่งขันยกน้ำหนักแบบ Power lifting นี้กันแน่ เหมือนเวลาที่ตัวผมเองได้ยินคำว่าแข่งรถ ผมก็เข้าใจแต่ว่าแข่งรถ แต่จริงๆแล้วมันยังแยกเป็นการแข่งแบบวิบาก การแข่งถนนเรียบ การแข่งแบบเอาความเร็ว การแข่งแบบนับรอบ ฯลฯ
               เมื่อเป็นร้อยปีที่แล้ว พื้นฐานของการเพาะกาย ยังรวมอยู่กับกีฬา Power lifting นี้ จวบจนเมื่อ 70 ปีก่อน ก็เริ่มมีการเน้นความสมส่วน ความสวยงามของกล้ามเนื้อ แทนที่จะเน้นเรื่องการวัดปริมาณน้ำหนักที่ยกได้อย่างเดียว  แล้วก็เลยแตกสายออกมาเป็นกีฬาตัวใหม่ที่เรียกว่า Bodybuilding ในทุกวันนี้นั่นเองครับ
               เนื่องจากมีพื้นฐานเดิมมาด้วยกัน จึงอาจกล่าวได้ว่ารูปแบบการเพาะกาย Bodybuilding ที่ถูกต้องนั้น จะต้องมีส่วนหนึ่งที่ฝึกแบบ Power lifting อยู่ด้วย หมายถึงว่าเน้นการใช้ลูกน้ำหนักที่หนักมาก เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มปริมาณกล้ามเนื้อขึ้นมาก่อน โดยเล่นน้อยครั้งต่อ 1 เซท  จากนั้นจึงมีการแต่งกล้ามเนื้อโดยเล่นน้ำหนักเบาลง และเพิ่มจำนวนครั้งใน 1 เซทให้มากขึ้น (ซึ่งในส่วนนี้จะไม่มีใน Power lifting)
               ในทางกลับกัน แม้ว่ากีฬาฟิตเนส และการเล่นกล้าม จะมีอุปกรณ์เหมือนกันคือบาร์เบลล์ ,ดัมเบลล์ อุปกรณ์เคเบิลต่างๆ แต่การฝึกแบบฟิตเนส ไม่เน้นเรื่องการสร้างความแข็งแกร่ง (Strength)  จึงฝึกด้วยปริมาณน้ำหนักที่เบาๆ และบริหารหลายครั้งต่อ 1 เซท เพื่อเพิ่มความทนทาน ,ความเหนียว (Endurance) ให้กล้ามเนื้อ ดังนั้นนี่คือคำตอบที่ชัดเจนว่าการเล่นกล้าม (Bodybuilding) ไม่ใช่กีฬาฟิตเนส (Fitness)
               ตอนนี้เรามาดูกันว่ากีฬา Power lifting คืออะไร โดยจะได้อธิบายสั้นๆดังนี้ครับ

วิธีการแข่งขัน

               กีฬาชนิดนี้ คือการวัดความแข็งแกร่งกันด้วยการดูว่าใครจะยกน้ำหนักได้มากที่สุด โดยให้ทำท่า 3 ท่า ในแต่ละท่าให้แก้ตัวได้ 3 ครั้ง โดยทั้งนี้ ผู้เข้าแข่งขันนั้น จะต้องมีเพศเดียวกัน  ,ระดับอายุ ,ระดับน้ำหนักตัว อยู่ในระดับเดียวกันด้วย เพื่อมิให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบกัน  สำหรับท่าที่ใช้ในการแข่งขันมีดังต่อไปนี้คือ

ท่าที่ 1 
Squat

( ไม่สามารถแสดงภาพได้ ) 

             เริ่มต้นด้วยการยืนหันหน้าเข้าหาแร็กสำหรับวางบาร์เบลล์ ,ใส่แผ่นน้ำหนักบาร์เบลล์เท่าที่ต้องการทั้งสองข้างให้เท่ากัน จากนั้นก็สอดคอให้บาร์วางอยู่บนหนอกคอ หรือจุดสูงสุดของกล้ามเนื้อทราปีเซียสนั่นเอง  ยกบาร์ให้ลอยขึ้นเหนือแร็ก แล้วเดินถอยหลังออกมา จากนั้นจึงเริ่มย่อตัวลง จนกระทั่ง ส่วนที่อยู่สูงที่สุดของต้นขาด้านบน (บริเวณข้อต่อสะโพก)  อยู่ต่ำกว่าระดับหัวเข่า  จากนั้นจึงใช้พละกำลังยืนตัวให้ตรงขึ้น แล้วนำบาร์เบลล์ไปวางไว้ที่แร็กด้วยความระมัดระวังเหมือนเดิม
               สิ่งที่ผิดกติกา คือการทำบาร์หล่น (หลังจากการยกออกจากแร็กแล้ว) ,การที่ผู้ช่วย (ที่ยืนอยู่ด้านหลังตามภาพบน) ไปแตะส่วนใดส่วนหนึ่งของบาร์เข้า ,ผู้เข้าแข่งขันย่อตัวลงไปไม่ถึงระดับที่กำหนดไว้ ,หรือการกระทำอย่างไรก็ตามในการวางบาร์กลับไปที่แร็กเหมือนเดิมโดยไม่ได้ใช้พละกำลังของตัวเอง  
               สถิติในท่า Squat ที่ทำไว้สูงสุดตอนนี้คือ 551.3 กิโลกรัม (1213 ปอนด์) ทำไว้โดย Andrew Bolton ชาวอังกฤษ

ท่าที่ 2 
Benchpresses

( ไม่สามารถแสดงภาพได้ ) 

             เริ่มด้วยการให้ผู้เข้าแข่งขันนอนลงบนเตียงยกน้ำหนัก ,ใส่แผ่นบาร์เบลล์ไปที่คานบาร์เบลล์ โดยให้แนวของคานบาร์เบลล์นั้นอยู่ระดับ (แนวดิ่ง) กับสายตาของผู้เข้าแข่งขัน  หลังส่วนล่างของผู้เข้าแข่งขันให้แนบไปกับเตียง  จากนั้นอนุญาตให้ผู้ช่วย ได้ร่วมออกแรงกับผู้เข้าแข่งขัน ในการยกบาร์เบลล์ออกจากที่วางบาร์ (แร็ก) ได้  เมื่อเริ่มแข่งขันให้นับจากการที่ลดระดับบาร์ลงมาที่บริเวณหน้าอก  ,หยุดชั่วครู่ , จากนั้นให้ใช้แรงดันบาร์ขึ้นไปตรงๆจนสุดแขน จากนั้นจึงค่อยๆเอาบาร์วางไว้บนแร็กเหมือนเดิม
               ส่วนที่ผิดกติกาคือตอนที่ลดระดับบาร์ลงมานั้น ได้เคลื่อนที่บาร์ลงไปต่ำกว่าระดับหน้าอก (เช่นเอาไปลงแถวๆท้องน้อย) ,ประการต่อมาคือ ตอนที่เอาบาร์ลงถึงระดับต่ำสุด ไม่ยอมหยุดบาร์ไว้ที่หน้าอกก่อนดันกลับขึ้นไป ประการต่อมาคือ ตัวบาร์ไม่แตะที่หน้าอก ประการต่อมาคือขณะที่ดันบาร์กลับขึ้นไปนั้น ตัวบาร์ไปฟาดโดนแร็กเข้า ประการต่อมาคือขณะที่ดันบาร์ขึ้นนั้น ทำบาร์หลุดร่วง และบางสมาคมก็มีข้อห้ามเพิ่มเติมว่า ห้ามขยับเท้าออกจากจุดที่วางอยู่ ตลอดช่วงเวลาแข่งขัน ,ห้ามยกก้นลอยเหนือเบาะ และห้ามเคลื่อนไหวร่างกายมากเกินความจำเป็น
               สถิติในท่า Benchpress ที่ทำไว้สูงสุดในตอนนี้คือ 470.9 กิโลกรัม (1,036 ปอนด์) ทำไว้โดย Ryan Kennelly ชาวอเมริกัน

ท่าที่ 
3 Deadlift

( ไม่สามารถแสดงภาพได้ ) 

            เริ่มด้วยการใส่แผ่นน้ำหนักเข้าไปในคานที่วางอยู่กับพื้น ,ผู้เข้าแข่งขันใช้มือจับตัวบาร์ จากนั้นจึงยกบาร์ขึ้นมาจนกระทั่งขา และหลัง ตรงเป็นแนวเดียวกัน และหน้าอกยืดขึ้น  หัวเข่าเหยียดตรงในท่าการยืนที่สมบูรณ์  แล้วเมื่อได้รับคำสั่งจากคณะกรรมการผู้ตัดสินคนใดคนหนึ่งให้เอาบาร์ลงได้ จึงค่อยเอาบาร์ลง โดยยังอยู่ในความควบคุมของร่างกายเรา (ไม่ใช่โยนลง)
               ส่วนที่ผิดกติกาคือ ตอนที่ยกบาร์เบลล์ขึ้นสูงสุดนั้น ผู้เข้าแข่งขันไม่สามารถยืดตัวตั้งตรงได้ ,หรือบาร์หลุดจากมือในขณะที่ยกขึ้นมา ,หรือ ใช้กำลังจากขา ในการกระตุกจังหวะตอนดึงขึ้น ,หรือเมื่อยกบาร์ขึ้นจุดสูงสุดแล้ว พอได้รับสัญญาณจากกรรมการว่าให้เอาบาร์ลง ผู้เข้าแข่งขันก็ปล่อยบาร์จากมือเลย
               สถิติในท่า Deadlift ที่ทำไว้สูงสุดในตอนนี้คือ 455.9 กิโลกรัม (1003 ปอนด์) ทำไว้โดย Andy bolton ชาวอังกฤษ

หมายเหตุ กีฬา 
Power lifting จะไม่เหมือน Weight lifting (หรือเรียกเต็มๆว่า Olympic Weight lifting) ตรงที่ว่า ถ้าเป็น Weight lifting จะมีท่าที่ยกน้ำหนักขึ้นจากพื้น แล้วยกน้ำหนักนั้นลอยขึ้นไปเหนือศีรษะ 









No comments:

Post a Comment